ฟอร์มูล่า วัน สัปดาห์นี้เดินทางมาที่ คาตาลุนญา เซอร์กิต ในรายการ บาร์เซโลน่า กรังด์ปรีซ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแทร็กระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายรอบด้าน ทั้งยังเป็นสนามที่สะท้อนให้เห็นถึงสมรรถนะที่แท้จริงของรถแข่งแต่ละค่ายได้อย่างชัดเจนที่สุด และยังมีหลายสิ่งที่แฟนๆ ต้องติดตามอย่างพลาดไม่ได้
1. คิมี่ อันโตเนลลี่ และแชมป์ สนามที่ 6 ติดต่อกัน
หลังจากคว้าชัยชนะครั้งแรกของฤดูกาลที่จีนและขึ้นเป็นผู้นำในตารางคะแนนที่ญี่ปุ่น เจ้าหนู อันโตเนลลี่ ก็ยังไม่เคยแพ้ใครในรอบการแข่งขันเลย สถิติชนะติดต่อกันมาแล้วถึง 5 สนาม (เทียบเท่าสถิติชนะติดต่อกันสูงสุดของ ลูอิส แฮมิลตัน)
แม้ฟอร์มของนักขับอิตาเลียนวัยเพียง 19 ปีจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะชัยชนะล่าสุดที่โมนาโกซึ่งเป็นสนามที่ เมอร์ซิเดส มักจะเจองานยาก แต่นี่เป็นเพียงครึ่งทางของการทำลายสถิติชนะ 10 สนามติดต่อกันที่ แม็กซ์ เวอร์สเปตปเปน เคยทำไว้ในปี 2023
อย่างไรก็ดี หาก อันโตเนลลี่ ชนะเป็นสนามที่ 6 ติดต่อกัน ก็จะเทียบเท่ากับที่ จอร์จ รัสเซลล์ รุ่นพี่ร่วมทีม เมอร์ซิเดส ชนะได้ตลอดทั้งอาชีพแล้ว
#DNAHighProtein15g #ดีน่า #เชื่อว่าดีมันต้องดีน่า
2. ลูอิส แฮมิลตัน กับโอกาสคว้าชัยชนะครั้งแรกในสีเสื้อ เฟอร์รารี่
หลังจากย้ายมาร่วมทีม เฟอร์รารี่ ในปี 2025 แชมป์โลก 7 สมัยต้องเจอกับฤดูกาลที่ยากลำบากจนไม่มีชื่อติดโพเดียมเลย มีเพียงชัยชนะในรอบสปรินท์ที่จีนซึ่งเป็นสัญญาณหลอก แต่ในปี 2026 นี้ กฎข้อบังคับใหม่กับรถของ เฟอร์รารี่ ที่มีข้อดีอันน่าสนใจและช่วยดึงจุดแข็งของ แฮมิลตัน ออกมาได้มากขึ้น
แฮมิลตัน เริ่มต้นด้วยอันดับ 3 ที่จีน ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ที่แคนาดา และคว้าอันดับ 2 ได้อีกครั้งในโมนาโก ส่งผลให้ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนสะสม เป็นสัฯฯาณว่าชัยชนะแรกในเสื้อสีแดงใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
3. สนามจำลองสถานการณ์จริงสำหรับการประเมินชุดอัปเดต
รถแข่งสเป็คปี 2026 เคยลงวิ่งพร้อมกันครั้งแรกที่ คาตาลุนญา เซอร์กิต แห่งนี้ในช่วงปลายเดือนมกราคมแต่รถในตอนนั้นยังเป็นเพียงเวอร์ชันแรกเริ่มเท่านั้น หลังจากเริ่มการแข่งขันมาสักพัก หลายทีมเริ่มใส่ชุดอัปเดตใหญ่ไปบ้างแล้วที่ไมอามีและแคนาดา แต่สนามเหล่านั้นเป็นสัปดาห์ที่มีการแข่งสปรินท์ ส่วนที่โมนาโกก็ต้องการการเซ็ตอัพที่เฉพาะเจาะจงเกินไป
บาร์เซโลนาจึงเป็นสนามถาวรที่มีโค้งความเร็วสูงจำนวนมาก จะเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้แต่ละทีมได้ใช้ช่วงซ้อมทั้ง 3 รอบในการทำความเข้าใจประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) และทำให้เห็นลำดับความเร็วที่แท้จริงของแต่ละทีมว่าเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน
4. พื้นที่ปล่อยของสำหรับนักขับหน้าใหม่ในรอบ FP1
ตามกฎข้อบังคับของสหพันธ์ยานยนตรนานาชาติหรือ เอฟไอเอ นักขับหลักของแต่ละทีมจะต้องสลับกันสละที่นั่งในรอบ FP1 อย่างน้อยทีมละ 2 ครั้งต่อฤดูกาล เพื่อเปิดทางให้นักขับหน้าใหม่ (ผู้ที่ยังไม่เคยลงแข่ง F1 เกิน 2 สนาม) ได้ลงสัมผัสรถจริง
ไฮไลต์สำคัญของสนามแห่งนี้อยู่ที่ โคลตัน เฮอร์ธา ยอดนักขับจาก อินดี้คาร์ ที่จะได้ลงขับรถของทีม คาดิแล็ค ควบคู่ไปกับภารกิจในรุ่น ฟอร์มูล่า 2 นอกจากนี้ยังมีนักขับดาวรุ่งคนอื่นๆ ที่ได้รับการยืนยันแล้ว เช่น ลุค บราวนิ่ง (ทีม วิลเลี่ยมส์), เฟร็ด เวสติ (ทีมเมอร์ซิเดส), เลโอนาร์โด ฟอร์นาโรลี่ (ทีม แม็คลาเรน), ดิโน่ แบร์กาโนวิช (ทีม เฟอร์รารี่), อายุมุ อิวาสะ (เร้ดบูลล์) และ พอล อารอน (ออดี้) ซึ่งคาดว่าจะมีรายชื่อประกาศเพิ่มเติมอีกตลอดสัปดาห์นี้
5. ADUO (Additional Development and Upgrade Opportunities)
สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติทำการตรวจสอบและประเมินผลการทำงานของเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ของผู้ผลิตทั้ง 5 ราย โดยวัดสัดส่วนความเสียเปรียบของแรงม้าในช่วงตั้งแต่สนามออสเตรเลียจนถึงแคนาดาที่ผ่านมา จนมีข่าวว่า เร้ดบูลล์ มีเครื่องยนต์ที่ดีที่สุด
ผลการประเมินรอบแรกได้ถูกส่งตรงไปยังค่ายผู้ผลิตเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์และถกเถียงกันอย่างดุเดือดในพิทเลนสุดสัปดาห์นี้ว่า เร้ดบูลล์ เรซิ่ง แรงแค่ไหน แต่ปัญหาคือนี่คือรถที่ใช้สองระบบรวมแบตเตอร์รี่ไฟฟ้าสองลูก ดังนั้นสิ่งที่คิดอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น จนกว่ารอบแรกจะเริ่มต้น
ฟอร์มูล่า วัน คาตาลุนญ่า กรังด์ปรีซ์ วันที่ 12-14 มิถุนายนนี้ ถ่ายทอดสดผ่านแอพพลิเคชั่น ทรูวิชั่นส์ นาว ช่อง บีอินสปอร์ตส์ 1 (617)
Getty
Be the first to know with our latest news! :
Website : www.truevisions.co.th
Facebook : Truevisions
Twitter : @TrueVisions
Line : @Truevisions
Youtube official : Truevisionsofficial
Instagram : TrueVisions Now