ผ่าตัด “ราชันชุดขาว” ทางแยกในวันไร้มงกุฎ

ผ่าตัด “ราชันชุดขาว” ทางแยกในวันไร้มงกุฎ
“ราชันชุดขาว” ไร้มงกุฎ ร่วงตกรอบ “ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก” ไม่มีความสำเร็จ 2 ฤดูกาลติดต่อกัน ถึงเวลาผ่าตัดครั้งใหญ่ที่มากกว่าการเปลี่ยนกุนซือ




  • อัลบาโร่ อาร์เบลัว บนเก้าอี้กุนซือที่สั่นคลอน 
  • เปลี่ยนกุนซือยังไม่พอ ต้องเปลี่ยนแปลงการบริหาร แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 
  • สิ้นสุดยุคสมัยของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ หรือยัง เมื่อจบด้วยมือเปล่า ฤดูกาลซ้อน 


เรอัล มาดริด ร่วงตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26 เมื่อช่วงเช้า 16 เมษายนที่ผ่านมา ไม่ใช่สิ่งที่เกินคาด เพียงแต่สกอร์รวม 6-4 ที่พ่ายแพ้ต่อ บาเยิร์น มิวนิค สื่อถึงสภาพความเสียหายที่เผชิญอยู่ในตอนนี้ แต่หากเจาะลึกลงไป นี่อาจถึงเวลาที่สโมสรระดับท็อป 5 ของโลกต้องเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ 


สถานการณ์ที่กำลังเผชิญ ทำให้เป็นไปได้ว่า ฤดูกาลนี้ เรอัล มาดริด จะจบแบบมือเปล่า ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ถ้วยที่เป็นเจ้าของสถิติแชมป์ 15 สมัย ส่วนใน ลา ลีกา ผ่าน 31 เกมตามหลัง บาร์เซโลน่า คู่ปรับตลอดกาล 9 คะแนน ส่วน โกปา เดล เรย์ ร่วงไปตั้งแต่ อัลบาโร่ อาร์เบลัว มาคุมทีมเป็นนัดแรก พ่าย อัลบาเซเต้ ทีมจากลีกรอง ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีที่ต้องจบลงโดยไม่มีความสำเร็จ 


สโมสรที่ไม่ต้องการความล้มเหลว


ที่นี่คือสโมสรที่ต้องการความสำเร็จเท่านั้น ตลอดช่วงเวลาที่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ เป็นประธาน ตั้งแต่ปี 2000 มีกุนซือคนเดียวเท่านั้น ที่จบแบบว่างเปล่าโดยไม่มีแชมป์รายการหลักแล้วยังอยู่รอดทำทีมได้ในซีซั่นถัดไป คือ ซีเนอดีน ซีดาน ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในฤดูกาลถัดไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และถ้าจบซีซั่นนี้โดยไม่ได้อะไร เท่ากับขาดความสำเร็จถึง 2 ฤดูกาลซ้อน


ถอยหลังไปฤดูกาล 2024/25 คาร์โล อันเชล็อตติ พาทีมจบอันดับ 2 ใน ลา ลีกา และเป็นรองแชมป์ โกปา เดล เรย์ พ่าย บาร์เซโลน่า ในรอบชิงชนะเลิศ ส่วนถ้วยยุโรป ร่วงตกรอบก่อนรองชนะเลิศ แพ้ อาร์เซน่อล สกอร์รวม 5-1 จึงต้องปลิวไปเป็นคำรบสอง แม้เคยพาทีมคว้าแชมป์ใบใหญ่ของยุโรปในปี 2014 เป็นทีมแรกที่สัมผัส “ลา เดซิม่า” ได้ครองถ้วย 10 สมัย แต่ซีซั่นถัดมาเมื่อไม่ได้อะไรติดมือก็โดนเด้ง เป็นการจากลาที่ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจว่าทำไม เพราะทีมชุดนั้นยังยอดเยี่ยม แต่ความสำเร็จเดิมไม่นับไว้ในสมการ


กระทั่ง บิเซนเต้ เดล บอสเก้ หนึ่งในกุนซือมือทองแห่งยุคก็เคยโดนถอดทั้งที่พาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา 2002/03 ดังนั้น อาร์เบลัว ที่แม้เป็นลูกหม้อของสโมสร แต่ไม่มีเงื่อนไขอันชัดเจนในสัญญา อาจโดนแทนที่เมื่อรไก็ไม่มีใครรู้ได้ แต่ในช่วงเวลานี้ของซีซั่น การแยกทางกันเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล อาจเป็นการกระทำที่ให้เกียรตินักเตะและกุนซือทีมสำรองได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 


อนาคตอันสั่นคลอนของ อาร์เบลัว


อัลบาโร่ อาร์เบลัว เป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ “ราชันชุดขาว” ก่อนรับตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชุดใหญ่ก็ทำทีมระดับอคาเดมี่ และยังได้รับการยกย่องชมเชยว่าถ่ายทอดแนวคิดและฝีมือมาจากเจ้านายเก่า โชเซ่ มูรินโญ่ แต่การเข้ามารับเผือกร้อนในทีมที่ขาดความสำเร็จไม่ได้เป็นงานระดับพระกาฬ และเขานั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จะโดนพลิกคว่ำไปได้ตลอดเวลา 


มีความคาดหมายมากมายผลุบโผล่ ทั้ง เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่มีชื่อวนเวียนอยู่ที่ ลิเวอร์พูล และปฏิเสธหลายครั้งว่าพอใจกับหน้าที่การงานที่ เร้ดบูลล์ มาตั้งแต่มกราคม 2025 และเอเย่นต์เพิ่งยืนยันว่ายังไม่เคยได้รับการทาบทามจากสโมสรยักษ์ใหญ่ในสเปน ขณะที่ เมาริซิโอ ปอเช็ตติโน่ ที่กำลังจะพาทีมชาติสหรัฐอเมริกาไปฟุตบอลโลก 2026 แม้สัญญาใกล้หมดลง แต่ก็มีข่าวลือว่าพร้อมจะต่อสัญญาใหม่ ขึ้นอยู่กับผลงานในทัวร์นาเมนต์ ที่จะจบลงในเดือนกรกฎาคมนี้ 


เปเรซ ยังคงคิดคำนึงถึง ซีเนอดีน ซีดาน และมีชื่ออดีตแข้งระดับตำนานวนเวียนอยู่ทุกครั้ง แต่อย่างที่ทุกคนคงพอรู้ การคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยซ้อนก็ทำให้ชื่อของ ซีดาน ดีไปกว่านี้ไม่ได้ และยังรองานอื่นที่ท้าทายหรือทรงเกียรติอย่างการทำทีมชาติฝรั่งเศสอยู่เสมอ โดยอดีตเพื่อนนักเตะอย่าง ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ จะหมดสัญญาหลังจบศึก เวิลด์ คัพ สิ้นสุดยุคสมัย ดังนั้นหากลองทบทวนใหม่ ว่ากุนซือคนต่อไปจะเป็น เดส์ชองส์ ได้หรือไม่ ก็ฟังดูไม่เลวนัก 


เปลี่ยนกุนซือไม่พอ ต้องปฏิรูป 


กุนซือคนใหม่ นอกจากต้องมีชื่อเสียง ฝีมือ บารมี และการบริหารจัดการอันยอดเยี่ยมด้านแท็คติก ต้องรู้จักการบริหารนักเตะที่มากกว่าแค่รู้ว่า ความสามารถเฉพาะตัวของักเตะ ความเข้าขา จะพาทีมชุดนี้เดินไปทางไหน อย่างที่เห็นว่าโจทย์ของ เรอัล มาดริด ตลอดมาคือการพึ่งพาเกมรุกและความสามารถเฉพาะตัวของแนวรุก ขาดการเชื่อมโยง ต้องการห้องเครื่องชั้นยอด และต้องทำให้สตาร์อย่าง คีเลี่ยน เอ็ทบัปเป้, วินิซิอุส และ จู๊ด เบลลิงแฮม อยู่อย่างเป็นสุข ซึ่งผู้บริหารก็ต้องร่วมมือด้วย


เปเรซ ดำรงตำแหน่งประธานสโมสรมาอย่างยาวนาน และดำเนินการในเชิงโครงสร้างมาอย่างยาวนานเช่นกัน ร่ำลือกันว่า หน้าที่และตัดสินใจหลายอย่างของท่านประธานก่อให้เกิดคลื่นใต้น้ำ เพราะมีที่ปรึกษาคนนอกชุดหนึ่ง และฝ่ายบริหารภายในชุดหนึ่งทั้งสองฝ่ายล้วนสนิทสนมกับ เปเรซ แต่ก็มีความเห็นไม่ลงรอยเกิดขึ้นบ่อยๆ และมีการเรียกร้องมานานแล้วว่า สโฒสรควรมีผู้อำนวยการฟุตบอล เพื่อคานอำนาจและจัดระเบียบการซื้อขายนักเตะ แทนที่จะขึ้นอยู่ในมือ เปเรซ และคนอีก 2-3 คนเท่านั้น 


ฤดูกาลนี้สิ่งหนึ่งที่ มาดริด ผิดพลาดอย่างมากคือการดูแลสุขภาพ ความฟิต และอาการบาดเจ็บนักเตะ อย่างที่เห็นว่ามีการวินิจฉัยอาการเจ็บของ เอ็มบัปเป้ ผิดพลาด หรือการดูผล เอ็มอาร์ไอ ผิดพลาดสลับข้างเข่าขวาและเข่าซ้าย ร่วมกับอาการบาดเจ็บของแข้งรายอื่นๆ 25 ครั้งในฤดูกาลนี้ ทำให้ทีมแพทย์โดนไล่ออก และมีการเรียกตัวแพทย์คนเก่ากลับมา 



getty

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :

Website :

Facebook :

Twitter :

Line :

Youtube official :

Instagram :