แฟร้งค์เซ็งฮาแวร์ตซ์ไม่โดนไล่ ทั้งๆ ที่ตั้งใจพุ่งล้มเอาจุดโทษ

แฟร้งค์เซ็งฮาแวร์ตซ์ไม่โดนไล่ ทั้งๆ ที่ตั้งใจพุ่งล้มเอาจุดโทษ
โธมัส แฟร้งค์ กุนซือของ เบรนท์ฟอร์ด แสดงความไม่พอใจอย่างมากที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ กองหน้าที่เป็นคนยิงประตูชัยให้ อาร์เซน่อล ไม่โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดง ทั้งๆ ที่มีเจตนาที่จะพุ่งล้มเพื่อจุดโทษ ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ เบรนท์ฟอร์ด บุกไปพ่ายต่อทีมปืนใหญ่ไป 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา

เบรนท์ฟอร์ด มีคิวบุกไปเยือน อาร์เซน่อล ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยในเกมดังกล่าว แม้ว่า เบรนท์ฟอร์ด จะมีเกมที่สู้เจ้าถิ่นไม่ได้ และเป็นฝ่ายโดนบุกเกือบตลอดทั้งเกม แต่ขณะที่สกอร์เสมอกันอยู่ 1-1 ในครึ่งหลังนั้น มีจังหวะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ ล้มลงไปเขตโทษเพื่อหวังจะได้จุดโทษ แต่ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อโดยที่ไม่ได้แจกใบเหลืองให้กับกองหน้าปืนใหญ่ ทั้งๆ ที่ตอนนั้น ฮาแวร์ตซ์ มีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากว่าโดนใบเหลืองในจังหวะนั้น อาร์เซน่อล จะเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนทันที

และที่ทำให้ โธมัส แฟร้งค์ ไม่พอใจอย่างมาก ก็น่าจะเป็นเพราะว่าการที่ ฮาแวร์ตซ์ ไม่ได้ถูกไล่ออก และยังคงอยู่ในสนาม ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นคนโหม่งพังประตูชัยให้กับ อาร์เซน่อล ในนาทีที่ 86 จากการเปิดบอลที่แม่นยำของ เบน ไวท์ ช่วยให้ทีมปืนใหญ่คว้าชัยไป 2-1 ได้สำเร็จ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจบเกม กุนซือของ เบรนท์ฟอร์ด ได้ให้สัมภาษณ์อย่างไม่สบอารมณ์ โดยกล่าวว่า "มันดูเหมือนเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับเราในฤดูกาลนี้ ทั้งๆ ที่พวกเราต่อสู้ได้ดีมากๆ"

"เราต้องออกมาเยือนทีมที่กำลังเล่นได้ยอดเยี่ยมที่สุดทีมหนึ่งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และเราทำให้พวกเขาต้องเจอกับความยากลำบาก และไม่มีโอกาสมากมายนัก นั่นเป็นการเล่นเกมรับที่สุดยอดมากๆ ของเรา บางทีเราอาจจะเป็นทีมที่มีโอกาสที่ดีกว่า จนกระทั่งพวกเขาทำประตูนำ 2-1 ได้"

"ทุกคนในทีมไม่พอใจอย่างมาก เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ จากการที่เราเห็น ฮาแวร์ตซ์ พยายามฟ้องจะเอาลูกโทษในจังหวะนั้น ถ้าคุณดูภาพช้าจะเห็นว่าเขาเจตนาพุ่งล้มอย่างไม่ต้องสงสัย และนั่นคือใบเหลืองที่สอง จากนั้นก็จะกลายเป็นเกมที่สู้กันระหว่าง 11 ต่อ 10 คน ผมคิดว่านั่นเป็นจังหวะที่สำคัญมากของเกมนี้"

ทั้งนี้ โปรแกรมนัดถัดไปของ เบรนท์ฟอร์ด นั้น พวกเขาจะออกไปเยือน เบิร์นลี่ย์ ในเกมพรีเมียร์ลีกวันเสาร์ที่ 16 มีนาคมนี้ เป็นเกมสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ช่วงเบรคทีมชาติต่อไป

ภาพจาก Getty Images

Related

Be the first to know with our latest news! :

Website :

Facebook :

Twitter :

Line :

Youtube official :

Instagram :