หวังซิงเหอ กับโลกของดนตรีที่ไร้พรมแดน

หวังซิงเหอ กับโลกของดนตรีที่ไร้พรมแดน
โปรดิวเซอร์หนุ่มคนเก่งผู้อยู่เบื้องหลังดนตรีประกอบ Blades of the Guardians, ซีรีส์สุ่ยหลงอิ๋น และ Cloud Knows บทเพลงสุดซึ้งของหลัวอวิ๋นซี ชวนทุกคนเดินทางสำรวจโลกแห่งดนตรีที่ไร้พรมแดน ในบทสัมภาษณ์พิเศษกับทรูวิชั่นส์ นาว

จากปลายนิ้วที่สัมผัสคีย์บอร์ดไฟฟ้าในวัย 4 ขวบ ก่อนรู้จักหน้าตาของตัวโน้ตหรือเรียบเรียงถ้อยคำ ใครจะคิดว่าเด็กชายคนนั้นจะเติบโตมาเป็น "หวังซิงเหอ" (Wang Xinghe) โปรดิวเซอร์และคอมโพสเซอร์รุ่นใหม่ผู้เป็นคีย์คอมโพเซอร์คนสำคัญของ 8082 Audio บริษัทผลิตงานด้านดนตรียักษ์ใหญ่ ผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ดนตรีประกอบที่สั่นสะเทือนอุตสาหกรรมเกมระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความยิ่งใหญ่ของ Black Myth: Wukong, Persona 5: The Phantom X ไปจนถึงโปรเจกต์ใหม่ที่เหล่าเกมเมอร์กำลังจับตามองอย่าง Black Myth: Zhong Kui และอีกมากมาย

 

แต่ตัวตนของหวังซิงเหอไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ในโลกของเกมเท่านั้น เขายังเป็นหนึ่งในผู้ดูแลอยู่การสร้างดนตรีประกอบสุดฮึกเหิมในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Blades of the Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์ และเป็นเพื่อนคู่คิดทางดนตรีที่ช่วยถ่ายทอดความทรงจำอันแสนอ่อนโยนของพระเอกหนุ่ม "หลัวอวิ๋นซี" ผ่านบทเพลงอันไพเราะได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ท่ามกลางตารางงานที่รัดตัวในฐานะผู้สร้างสรรค์ "เสียง" ให้กับโลกจินตนาการ หวังซิงเหอได้สละเวลามานั่งสนทนาแบบ Exclusive กับ TrueVisions Now เพื่อพาเราออกสำรวจโลกแห่งเสียงดนตรี ที่ซึ่งไร้พรมแดนระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต


Image: 8082 Audio


คุณฝันอยากเป็นนักดนตรีมาตั้งแต่เด็กเลยไหม อะไรคือจุดเริ่มต้นให้คุณตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการนี้

 

ผมเริ่มจับคีย์บอร์ดตั้งแต่อายุ 4 ขวบครับ ผมรู้สึกว่าแพสชันในการแต่งเพลงมันเริ่มต้นขึ้นจากตรงนั้นแหละ แล้วมันก็ฝังลึกอยู่ในตัวผมมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ เครื่องดนตรีชิ้นแรกของผมจริงๆ คือคีย์บอร์ดไฟฟ้าที่มีเสียงซินธ์ (Synth) และพรีเซ็ตต่างๆ ไม่ใช่เปียโนคลาสสิกทั่วไป มันเลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสนใจเรื่องการเรียบเรียงดนตรีและการทำเพลงมาตั้งแต่เด็ก

 

ต่อมาในช่วงมัธยมปลาย ผมเลือกเรียนหลักสูตร A-levels จากนั้นเข้าเรียนต่อที่ University College London ในสาขาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ พอใกล้จบปี 4 ผมก็มุ่งมั่นว่าจะเอาดีในวงการดนตรีอย่างเต็มตัว ซึ่งถือว่าโชคดีมากที่ได้เข้าร่วมทีมกับ 8082 Audio (ที่ทำงานปัจจุบัน) ทันทีที่เรียนจบ ซึ่งถ้าไม่มีโอกาสนั้นผมคงไม่ได้พัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดดขนาดนี้

 

มองใครเป็นแรงบันดาลใจบ้างในการสร้างสรรค์ผลงานเพลง

 

ตลอดเส้นทางนักดนตรีอาชีพ ผมได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินและนักแต่งเพลงหลากหลายแนวมาก ไม่ว่าจะเป็น JJ Lin (หรือ หลินจวิ้นเจี๋ย เจ้าพ่อ Mandopop ของวงการจีน), John Williams, Rachmaninoff ไปจนถึง Bach ทุกวันนี้ยังมีอะไรให้ผมได้เรียนรู้อีกเยอะมาก และเผลอๆ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าผมอาจจะต้องเรียนรู้จาก AI ด้วยซ้ำ

 

ในฐานะที่คุณมีส่วนในผลงานโปรเจกต์ระดับโลกมากมาย คุณมีกระบวนการในการแต่งเพลงอย่างไร มีเครื่องดนตรีหรือองค์ประกอบอะไรบ้างไหมที่คุณชอบใช้เป็นพิเศษ เพื่อฝัง "ลายเซ็น" ในดนตรีของคุณ

 

ผมเป็นคนค่อนข้างเปิดกว้างเรื่องเสียงและไอเดียใหม่ๆ โดยปกติแล้วผมจะเริ่มจากการร่างโครงสร้างและโมทีฟ (Motif) หลักๆ ของเพลงก่อน ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนหลังจากร่างเสร็จผมจะเริ่มทำเดโม โดยอาจเริ่มจากเพอร์คัสชันหรือกลองก่อน ตามด้วยคอร์ดและแนวประสานเสียงแบบตรงข้าม (Counterpoints) แล้วค่อยเอาเดโมไปให้ลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ลองฟังดู

 

ช่วงหลังมานี้ผมเริ่มเอา Suno (AI) มาช่วยบ้างเหมือนกัน คือหลังจากผมคิดไอเดียหลักเสร็จ ผมจะโยนร่างเปียโนให้ Suno ช่วยเรียบเรียงออกมา แม้มันจะยังไม่ออกมายอดเยี่ยมเลยทันที แต่มันเวิร์กมากในฐานะเดโมต้นแบบที่ช่วยให้ผมทดลองทิศทางใหม่ๆ ของดนตรีได้เร็วขึ้น

 

ในขั้นตอนของการผลิตงานจริง ผมมักหยิบเอาเครื่องดนตรีจีนดั้งเดิมอย่าง ผีผา (Pipa) หรือ ขลุ่ยต้งเซียว (Dongxiao หรือ ปี่ตื้อ เครื่องดนตรีจีนดั้งเดิมทำจากไม้ไผ่) มาผสมผสาน เพราะมันช่วยเติมกลิ่นอายตะวันออกให้กับบทเพลง นอกจากนี้ผมยังสนุกกับการปั้นเสียงซินธ์ผ่านปลั๊กอินอย่าง Serum 2 ด้วย ช่วงนี้ผมอินกับแนว Color Bass และพวกเสียง Glitch แบบทดลองหน่อยๆ ผมอยากให้แต่ละโปรเจกต์จะมีซิกเนเจอร์ของเสียงที่ต่างกันออกไป ผมเลยพยายามทดลองผสมผสานอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ


Image: Black Myth Zhong Kui


คุณเคยมีส่วนร่วมในการแต่งเมโลดี้หลักในเกมสุดฮิต Black Myth: Wukong มาบ้าง แต่สำหรับเกม Black Myth: Zhong Kui ภาคใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวและทำเอาเกมเมอร์ทั่วโลกต่างตื่นเต้น คุณมีส่วนร่วมในการทำเพลงให้กับตำนานบทใหม่นี้มากขึ้นไหม

 

ใช่ครับ ผมมีส่วนร่วมใน PV (วิดีโอโปรโมต) ตัวแรกของ Black Myth: Zhong Kui รวมถึงตัวที่เป็นธีมทำอาหารที่ปล่อยออกมาในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาด้วย ส่วนงานที่เหลือตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทำงานและเป็นความลับอยู่ พวกเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมออกมาให้ผู้เล่นทุกคนได้สัมผัสกันแน่นอน

 

นอกจากการแต่งเพลงประกอบให้กับเกมและโฆษณาแล้ว คุณยังได้ร่วมแต่งเพลง Cloud Knows กับ หลัวอวิ๋นซี ที่สละสลวยราวกับบทกวี ช่วยเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการแต่งเพลงนี้หน่อย ว่าคุณทั้งคู่ทำงานร่วมกันอย่างไรเพื่อให้ดนตรีและคำร้องหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน 

 

หลัวอวิ๋นซีเป็นคนแต่งเนื้อร้องร่วมกันกับเพื่อนๆ ของเขา ผมช่วยเกลาๆ ตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อยเท่านั้น เพลงนี้สะท้อนความทรงจำสมัยเรียนของเขาเอง ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและอารมณ์ที่ซาบซึ้งกินใจ ในฐานะโปรดิวเซอร์ หน้าที่ของผมคือช่วยถ่ายทอดอารมณ์เหล่านั้นออกมาผ่านภาษาดนตรีให้ชัดเจนที่สุด

 

ระหว่างทำเพลงนี้เราได้คุยกันเยอะมากเกี่ยวกับความรู้สึกของเขา ทุกคอร์ด ทุกไลน์เครื่องสายที่ใส่ลงในดนตรีล้วนมาจากสิ่งที่เราแชร์ไอเดียกันทั้งสิ้น นอกจากนี้เรายังใส่เครื่องลมไม้ (Woodwinds) เข้าไปเพื่อสร้าง “กลิ่นอายของความทรงจำ” ซึ่งไม่ค่อยได้ยินในเพลงป็อปทั่วไป แม้ว่าเพลงนี้จะยังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่เราก็หวังว่าผู้ฟังจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อเพลงที่เขาบรรจงเขียนขึ้นทุกคำ ทุกบรรทัด


Image: Luo Yunxi Studio

 

นอกจากบทเพลงส่วนตัวของเขาแล้ว คุณยังแต่งเพลง ‘ก้าวหนึ่งไม่หวนกลับ’ (一往) ประกอบซีรีส์สุ่ยหลงอิ๋น (Shui Long Yin) ที่โด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย คุณพอจะเล่าได้ไหมว่าได้รับแรงบันดาลใจอะไรจากตัวละครหรือช่วงใดของเรื่อง และได้ออกแบบภาคดนตรีอย่างไร เพื่อสะท้อนแนวคิดของ การเดินทางที่ไม่อาจหวนคืน’ ให้มีความหนักแน่น มีความลึกซึ้งกว่าการเป็นเพลงเศร้าธรรมดา

 

แรงบันดาลใจหลักในการสร้างสรรค์เพลง "ก้าวหนึ่งไม่หวนกลับ" ของเรามาจากการเติบโตและพัฒนาการของตัวละครถังลี่ฉือ (Tang Lici) อย่างสมบูรณ์
 
 เขาปรากฏตัวครั้งแรกพร้อมกับพลังอันมหาศาล แต่โลกภายในใจของเขาในช่วงแรกนั้นยังเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินไป ความผูกพันที่เกิดขึ้นกับมิตรสหาย และการเผชิญหน้ากับคู่อริตลอดเส้นทาง เขาค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นคนที่กล้าหาญกว่าเดิม มีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง ไม่ใช่แค่เก่งกว่าเดิมในแง่ของพลัง แต่เขาสมบูรณ์ขึ้นทั้งในมิติของความรู้สึกและจิตวิญญาณ การตัดสินใจสละตนในตอนท้ายคือจุดจบที่สมบูรณ์แบบและซาบซึ้งที่สุดของเส้นทางตัวละครนี้

 

เราได้ออกแบบโครงสร้างของเพลงนี้ให้มีความไดนามิกสูงมาก ท่อนร้อง (Verse) สวยงามราวบทกวีและเน้นการใคร่ครวญภายในจิตใจตนเอง ด้วยโทนเสียงที่ชวนให้หวนระลึกถึงอดีต อ่อนโยนแต่มั่นคง หยั่งรากลึกลงไปในความอบอุ่นอันอ่อนโยน

 

ส่วนท่อนคอรัสนั้นเราเร่งทำนองให้พุ่งทะยานขึ้นเพิ่มความฮึกเหิม เพื่อถ่ายทอดความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของตัวละครที่ผ่านความทุกข์ทรมาณมามากมาย สื่อถึงเจตจำนงอันแน่วแน่และจุดมุ่งหมายที่ไม่หวั่นไหวของเขา

 

การเรียบเรียงเพลงทั้งหมดนี้ดูแลโดยจ้ายจินเหยียน (Zhai Jinyan) นักแต่งเพลงผู้มีความสามารถของทีมเราซึ่งดูแลการจังหวะของเครื่องเคาะและการเรียบเรียงดนตรี ฝีมืออันโดดเด่นของเขาช่วยเสริมสร้างโครงสร้างและอารมณ์ความรู้สึกที่แข็งแกร่งให้กับเรื่องราวของเพลง

 

ที่สำคัญคือ เราสร้างสรรค์เพลงทั้งหมดห้าเพลงสำหรับโปรเจกต์นี้ และเพลงนี้ถูกเลือกเป็นตัวแทนจากทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าดนตรีประกอบนั้นมีความสมจริงและเหมาะสมที่สุดกับตัวละคร

 

ในฐานะนักแต่งเพลง คุณมองว่าความสามารถทางดนตรีของหลัวอวิ๋นซีมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างไร มีโมเมนต์ไหนบ้างไหมที่คุณทั้งคู่รู้สึกเชื่อมโยงกันทางดนตรีอย่างสมบูรณ์

 

ผมมองว่าหลัวอวิ๋นซีเป็นศิลปินที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมครับ เท่าที่ผมได้ยินมาเขาเองก็เคยโปรดิวซ์เพลงด้วยตัวเองมาก่อนในสมัยแรกๆ แม้ความสามารถของเครื่องไม้เครื่องมือในตอนนั้นจะมีขีดจำกัด แต่ไอเดียของเขาชัดเจนและสื่อออกมาได้ดีเสมอ

 

ความคิดความอ่านของเขามักสร้างแรงบันดาลใจให้ผมอยู่บ่อยครั้ง บางทีก็เป็นเรื่องราวส่วนตัว ความรู้สึกหรือภาพในหัวที่เขาอยากถ่ายทอดออกมา และบางครั้งก็ส่งมาเป็นเดโมให้พัฒนาต่อได้เลย

 

เขาเป็นศิลปินประเภทที่ทุ่มเทกับรายละเอียดในการปรับแต่งคอร์ดของเพลงเพื่อหา "โน้ตที่ใช่" สำหรับตัวเขาเอง ผมหวังว่าผมจะเข้าใจวิสัยทัศน์ของเขาอย่างถ่องแท้ และหวังว่าเราจะยังทำงานซิงค์กันแบบนี้ในโปรเจกต์ต่อๆ ไปครับ


Image: Trinity CineAsia

 

ตั้งแต่ทำงานมามีโปรเจกต์ไหนที่คุณรู้สึกท้าทายความสามารถที่สุด จนเกือบจะยอมแพ้บ้างไหม คุณจัดการกับความท้าทายนั้นอย่างไร

 

โปรเจกต์ที่ท้าทายที่สุดต้องยกให้ภาพยนตร์เรื่อง Blades of the Guardians (镖人) ที่เพิ่งเข้าฉายในช่วงตรุษจีนนี่เลยครับ อาจารย์ William Wu (หูเหว่ยลี่) และทีม 8082 Audio เป็นผู้ทำดนตรีประกอบทั้งหมด ส่วนผมทำหน้าที่เป็นหนึ่งในซูเปอร์ไวเซอร์และคอมโพสเซอร์ครับ นี่เป็นหนังเรื่องแรกที่ผมได้รับบทบาทสำคัญ ผมเลยรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับมอบโอกาสอันดีงามนี้

 

แต่ยอมรับเลยว่ามันทำให้ผมเครียดมากเหมือนกัน ทั้งจากตารางงานที่แน่นเอี๊ยด การประชุมติดต่อสื่อสาร และการรับมือกับปัญหาต่างๆ ซึ่งมันไม่มีทางลัดอะไรมาช่วยจัดการความกดดันเหล่านี้ได้ ผมจึงต้องพุ่งชนทุกอุปสรรคและพยายามทำงานให้เสร็จทันเวลา ซึ่งต้องขอบคุณที่ปรึกษาทางดนตรีอย่างอาจารย์อู่เหว่ยลี่และทีมงานคอมโพสเซอร์ที่แข็งแกร่งของเราด้วยครับ ครั้งหน้าผมเชื่อว่าเราจะทำได้ดีกว่านี้

 

ในการทำงานร่วมกับปรมาจารย์ด้านการประพันธ์เพลงอย่างอาจาย์อู๋เหว่ยลี่ คุณได้รับบทเรียนที่สำคัญอะไรจากท่านบ้างไหม ในการผสาน 'จิตวิญญาณกระบี่ที่มีความสละสลวยและเป็นอมตะในแบบคลาสสิก เข้ากับความดิบ ดุดัน และฉากแอ็กชันสุดเดือดของ Blades of the Guardians เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับดนตรีแนววูเซี่ย (Wuxia) ที่เข้าถึงหัวใจของผู้ชมทั่วโลกในยุคปัจจุบัน?

 

ก่อนการร่วมงานกันครั้งนี้ ความเข้าใจของผมในวูเซี่ย (WuXia) ยังจำกัดอยู่เพียงน้อยนิด ด้วยเหตุผลหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะยุคทองของวูเซี่ยได้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้วในช่วงที่ผมเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

 

การได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับอาจารย์อู๋เหว่ยลี่ ถือเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับผมที่ได้เรียนรู้จากท่านเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเทคนิคการประพันธ์เพลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปรัชญาแห่งชีวิต และจิตวิญญาณอันเหนือกาลเวลาของวูเซี่ย ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดได้อย่างครบถ้วน

 

ต้องยอมรับความจริงว่า เมื่อได้พูดคุยกับท่านแล้ว ความแตกต่างระหว่างวัยจะหายไปจากความรู้สึกโดยสิ้นเชิง อาจารย์อู๋ยังคงรักษาความกระตือรือร้นในแนวคิดใหม่ๆ ไว้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งขยายออกไปไกลเกินกว่าดนตรี ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้ชีวิตสมัยใหม่ ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ไปจนถึงการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร

 

อาจารย์อู๋เหว่ยลี่ได้ประพันธ์ธีมหลักของเรื่อง และเรานำธีมเหล่านี้มาผลิตด้วยเนื้อเสียงที่ทันสมัยยิ่งขึ้น จิตวิญญาณหลักและหัวใจทางอารมณ์ของดนตรียังคงถูกรักษาไว้อย่างครบถ้วน ทั้งเอกลักษณ์แกนกลางและสาระแท้ที่แท้จริง ถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองใหม่และรูปแบบการแสดงออกที่สดใหม่

 

เราได้ผสานดนตรีวูเซี่ยแบบดั้งเดิมของจีนเข้ากับทัศนียภาพเสียงอันยิ่งใหญ่ บรรจงร้อยเรียงเครื่องดนตรีผสานกับพื้นผิวสังเคราะห์เสียงที่หลากหลาย เพื่อสร้างสิ่งที่เราเชื่อว่าเป็นเสียงอันเป็นนิยามของทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาลและวีรบุรุษของมัน

 

นอกจากนี้ เรายังออกแบบเพลงประกอบเพื่อยกระดับการเล่าเรื่องของภาพยนตร์ และเรารู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งกับผลลัพธ์สุดท้ายที่ทุกคนได้ฟังกัน

 

มีข้อความอะไรอยากฝากถึงแฟนๆ ที่ติดตามผลงานของคุณอยู่บ้างไหม

 

ขอบคุณมากๆ ครับ ผมมีความสุขมากที่ได้รู้ว่ามีคนชื่นชอบดนตรีของผมมากมายขนาดนี้ นับเป็นเกียรติสูงสุดของผมเลยที่มีคุณทุกคนเป็นผู้ฟัง ผมเชื่อว่าการแต่งเพลงไม่ใช่งานศิลปะอันโดดเดี่ยว หากแต่คือรากฐานสำคัญของงานศิลปะแขนงอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นหนังหรือเกมก็ตาม การได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ จากหลากหลายวงการเป็นเรื่องที่ทั้งท้าทายและน่าตื่นเต้นเสมอ ผมจะเดินหน้าพัฒนาต่อไปด้วยแรงสนับสนุนจากคุณทุกคนครับ


Image: 8082 Audio

 

ติดตามผลงานล่าสุดของ 8082 Audio ได้ที่ https://www.8082audio.com/

Word: Kritin Image: 8082 Audio / Luo Yunxi Studio

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :

Website :

Facebook :

Twitter :

Line :

Youtube official :

Instagram :