พรีวิวความพร้อมการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก (นัดที่6) ระหว่าง ทีมชาติไทย เปิดบ้านรับการมาเยือน เติร์กเมนิสถาน วันอังคารที่ 31 มีนาคม เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสด : แอปพลิเคชัน TrueVisions Now
พรีวิว-วิเคราะห์บอลเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก (นัดที่6)
วันอังคารที่ 31 มีนาคม เวลา 19.30 น.
ทีมชาติไทย พบ เติร์กเมนิสถาน
สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน
ถ่ายทอดสด : แอปพลิเคชัน TrueVisions Now ช่อง True Ball Thai 1 และ truesports 2 (667)
เจ้าถิ่นทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ปัจจุบันรั้งอันดับ 96 ของโลก ภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี ฮัดสัน ที่เรียกรวมพลเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมกันมาตั้งแต่วันจันทร์ที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา นั่นหมายความว่าในแคมป์นี้มีเวลาเตรียมทีม 1 สัปดาห์เต็มเพื่อเกมนัดสำคัญ
ผลงานในรายการนี้ของทีมชาติไทย ลงสนามไปแล้ว 5 นัด ชนะ 4 แพ้ 1 เก็บได้ 12 คะแนน รั้งรองจ่าฝูงของกลุ่ม ด้วยการมี 12 คะแนนเท่ากับจ่าฝูงอย่างเติร์กเมนิสถาน ผลงานล่าสุดที่ลงสนามคือเกมบุกไปเอาชนะ ศรีลังกา 4-0 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนปีที่แล้ว
เป้าหมายในเกมนี้แน่นอนว่าทีมชาติไทย จำเป็นจะต้องเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียว เพราะเฮดทูเฮดเราเป็นรองจากเกมแรกที่บุกไปพ่ายเติร์กเมนิสถาน 1-3 ซึ่งในช่วงของการฝึกซ้อมทีมได้เน้นไปที่ความหลากหลายในการเข้าทำ และเกมรับที่เน้นในเรื่องการรับมือจังหวะสวนกลับของคู่แข่ง นักเตะทุกคนปรับตัวเข้ากับแนวทางของ ฮัดสัน เป็นอย่างดี หลังจากที่โค้ชชาวอังกฤษคุมทีมมาเป็นระยะเวลา 5 เดือน
สภาพความพร้อมของทีมมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้า เริ่มจากอาการบาดเจ็บของ ยศกร บูรพา ที่เรียกมาในครั้งแรก แต่ดันมาเจ็บตอนซ้อม ทำให้ตัดสินใจเรียก ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงตัวเก๋าเข้ามาแทนที่ แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ยังคงมีปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานเช่นกัน บทสรุปจึงไปออกที่ เบนจามิน เดวิส ที่เข้าแคมป์มาสมทบเป็นรายสุดท้าย
ทางด้าน "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศอัดฉีดก่อนแข่งถ้าหากเก็บชัยชนะได้รับไปเลย 3 ล้านบาท แถมโบนัสถ้าชนะด้วยผลต่าง 3 ลูกขึ้นไป จะบวกเพิ่มเป็น 5 ล้านบาท
ฝั่งทีมเยือน เติร์กเมนิสถาน ภายใต้การคุมทัพของ รอฟเชน เมเรดอฟ ปัจจุบันรั้งอันดับ 137 ของโลก พวกเขาเดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา และเดินหน้าฝึกซ้อมทันทีแบบไม่ต้องพัก โดยเลือกช่วงเวลาซ้อมเดียวกับเวลาแข่งขันจริง ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มีนบุรี
ผลงานของ เติร์กเมนิสถาน ในช่วง 5 นัดแรกของรายการนี้ เก็บชัยชนะไปได้ 4 นัด และ แพ้ 1 นัด มี 12 คะแนนเช่นกัน แต่ด้วยเฮดทูเฮดที่เหนือกว่ากับการเอาชนะทีมชาติไทยมาได้ในเกมแรก ทำให้เป้าหมายนัดนี้ขอแค่เพียงบุกมาเก็บอย่างน้อย 1 แต้มกลับออกไป ก็จะการันตีผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายทันที
แน่นอนว่าเกมนี้ เติร์กเมนิสถาน จะมาแบบรัดกุม ซึ่งในช่วงแถลงข่าวก่อนเกมกุนซือใหญ่อย่าง รอฟเชน เมเรดอฟ ก็ออกมาชื่นชมทีมชาติไทยว่าเป็นทีมที่ดี แต่พวกเขาก็เตรียมพร้อมมารับมือไว้แล้ว เพราะต่างก็เป็นเกมสำคัญที่มีผลกับการเข้ารอบของทั้งสองฝ่ายโดยตรง
รายชื่อ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนามของทีมชาติไทย (ระบบ 4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู ปฏิวัติ คำไหม กองหลังวาง นิโคลัส มิคเคลสัน, ณัฐพงษ์ สายริยา, โจนาธาร เข็มดี, ธีราทร บุญมาทัน มิดฟิลด์ตัวกลางส่ง ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร คู่กับ สารัช อยู่เย็น โดยมี ชนาธิป สรงกระสินธ์, สุภโชค สารชาติ, เสกสรรค์ ราตรี สร้างสรรค์เกม กองหน้าส่ง จู๊ด ซุ่นทรัพย์ เบลล์ ลงล่าตาข่าย
ทรรศนะ : ทีมชาติไทยต้องเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียวเท่านั้น แม้จะได้เล่นในบ้าน ได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์ แต่มันก็เต็มไปด้วยความกดดันเช่นกัน เพราะทุกคนต่างคาดหวัง ไม่แปลกใจที่โค้ชอย่างฮัดสัน จะออกมาเตือนลูกทีมในช่วงแถลงข่าวก่อนเกมว่าให้ทุกคนเต็มที่และเล่นให้ได้จนถึงขีดจำกัดตัวเอง แต่ก็ไม่ควรจะล้นเกินไปจนกลายเป็นกดดันและเล่นไม่เป็นธรรมชาติ
ประตูแรกของเกมถือว่าสำคัญมาก หากใครพลาดท่าเสียเปรียบในเกมแบบนี้ก็มีโอกาสที่จะกลับมายาก เพราะฉะนั้นเชื่อว่าทั้งสองทีมจะไม่เร่งเปิดหน้าแลกในช่วงต้น อาศัยจังหวะคุมเชิงไปก่อนเพื่อดูทางคู่แข่ง ความเข้มข้นน่าจะมาในครึ่งเวลาหลังที่เริ่มบีบให้ทีมชาติไทยต้องพยายามบุกเพื่อยิงประตูให้ได้ ความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆของผู้เล่นจะเป็นตัวตัดสินเกม
สุดท้ายเกมนี้ทีมชาติไทย จะเล่นแบบสู้ยิบตา ลงไปใส่สุดตัว และอาศัยเสียงเชียร์จากแฟนบอลเป็นความได้เปรียบ มองว่าจะมีทีเด็ดเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เติร์กเมนิสถาน ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายต่อไป
ผลการแข่งขันที่คาด: ทีมชาติไทย ชนะ เติร์กเมนิสถาน 1-0
truevisions
อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :
Website : www.truevisions.co.th
Facebook : Truevisions
Twitter : @TrueVisions
Line : @Truevisions
Youtube official : Truevisionsofficial
Instagram : TrueVisions Now