“ฟอร์มูล่า วัน” ฤดูกาลใหม่กำลังจะเริ่มต้น ปรีซีซั่นจบลงไปพร้อมกับภาพความเป็นไปได้มากมาย การมาของทีมที่ 11 ย่อมทำให้ปี 2026 น่าตื่นเต้นไปอีก และมีเรื่องที่น่าติดตามทั้งแชมป์สมัยล่าสุด และใครที่อาจจะเป็นแชมป์คนใหม่
การทดสอบรถครั้งสุดท้ายของศึก ฟอร์มูล่า วัน สิ้นสุดลงแล้วที่ บาห์เรน แม้มีบางอย่างที่ยังเป็นข้อถกเถียง แต่ทุกคนเดินหน้าสู่ เมลเบิร์น พาร์ค ออสเตรเลี่ยน กรังด์ปรีซ์ ที่จะระเบิดศึกวันที่ 6 มีนาคมนี้ แม้ปรีซีซั่นไม่ได้ตัดสินทุกอย่าง แต่ก็พอเห็นเค้าลางของความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นและมีหลายอย่างที่แฟนๆ เฝ้าติดตาม
การต่อสู้ของทีม “บิ๊กโฟร์”
จากผลงานในฤดูกาล 2025 และการทดสอบรถที่ บาห์เรน ทีมที่ได้รับการจับตามากที่สุดหนีไม่พ้น เมอร์ซิเดส ที่นอกจากมีสุดยอดเครื่องยนต์ อาจมีโค้ดลับที่ทีมผู้ผลิตสามารถปรับแต่งได้ดีกว่าค่ายอื่นที่ใช้อะไหล่จากที่อื่น อย่างไรก็ดี ความกังวลเกี่ยวกับค่ากำลังอัด (Compassion Ratio) ผ่อนคลายลงบ้างแล้ว จากการเปลี่ยนกฎการทดสอบ ที่เดิมจะทดสอบเมื่อเครื่องยนต์มีอุณหภูมิเย็น แต่จะมีการทดสอบทั้งตอนที่เครื่องเย็น และเครื่องร้อน ตั้งแต่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป
เป็นไปได้ว่าสมรรถนะของ เร้ดบูลล์ ดูดีเกินคาด แต่ เฟอร์รารี่ แม้มีพลังเทอร์โบไม่เท่า แต่ก็มีโอกาสได้เปรียบในบางสนาม ขณะที่ เมอร์ซิเดส และ แม็คลาเรน อาจซุกซ่อนอะไรบางอย่าง จึงเล่นเกมโยน ยกให้ เร้ดบูลล์ เป็นเต็งหนึ่งเหมือนเตี๊ยมกันมาล่วงหน้า แต่จะเกิดอะไรขึ้นต้องวัดกันที่สนามแรกในออสเตรเลีย
การลุ้นแชมป์ของ จอร์จ รัสเซลล์
ต้องยอมรับว่า ลันโด นอร์ริส อาจเป็นแชมป์โลกสมัยล่าสุดที่ไม่ใช่ขวัญใจมหาชน ขณะที่ แม็กซ์ เวอร์สเตปเปน เป็นภาพลักษณ์ของตัวร้าย ฆ่าไม่ตาย มีทั้งคนรักและชัง แบบรักมาก และไม่ใช่ความชังแบบอยากไล่ให้ไปให้พ้น แต่ชังเพราะความเก่งเกินคนปกติ! การคว้าแชมป์ของ นอร์ริส จึงไม่ได้รับการชื่นชมเท่าที่ควร แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น จอร์จ รัสเซลล์ ล่ะ
รัสเซลล์ ใช้เวลาเก็บประสบการณ์กับ วิลเลี่ยมส์ ก่อนขยับมาที่ เมอร์ซิเดส ในฐานะมือรองที่รับความกดดันจากเพื่อนร่วมทีมระดับแชมป์โลก 7 สมัยอย่าง ลูอิส แฮมิลตัน มาแล้ว และในฐานะรุ่นพี่ของ คิมี่ อันโตเนลลี่ กับบุคลิกที่พัฒนาขึ้น นี่อาจถึงวเวลาแล้วที่เครื่องยนต์ชั้นยอดควรส่งให้ จอร์จ ได้เป็นแชมป์โลก
ผลงานที่ดีกว่าเดิมของ ลันโด นอร์ริส
ขณะที่ เวอร์สเตปเปน ได้รับการเชิดชูพรสวรรค์มาตั้งแต่อายุยังน้อย นอร์ริส แตกต่างออกไป เพราะพื้นฐานครอบครัว แถมยังได้รับการผลักดันขึ้นมาสู่ ฟอร์มูล่า วัน อย่างรวดเร็ว เก็บประสบการณ์ในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ช่วงที่ดีที่สุดของทีมจนถึงวันอันเหมาะสม และแม้มี “ปาปาย่า รูลส์” ที่ แม็คลาเรน ยืนยันว่า ทั้งสองนักขับ นอร์ริส และ ออสการ์ ปิอัสตรี เท่ากัน แต่ก็มีแฟนๆ ไม่น้อยมองเห็นอีกอย่าง
การก้าวขึ้นสู่แชมป์ว่ายาก การป้องกันแชมป์ยากยิ่งกว่า ปิอัสตรี พลาดท่า เพราะประสบการณ์ที่อาจยังไม่เทียบกับ นอร์ริส แต่ไม่มีใครกล้ามองข้ามอนาคตของวงการ ดังนั้นนี่จึงเป็นฤดูกาลที่ นอร์ริส ต้องพิสูจน์ตนเองว่า แชมป์โลกไม่ได้มาเพราะความช่วยเหลือของทีม
F1 PreSeason
อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :
Website : www.truevisions.co.th
Facebook : Truevisions
Twitter : @TrueVisions
Line : @Truevisions
Youtube official : Truevisionsofficial
Instagram : TrueVisions Now