
ศึกเอฟเอ คัพ อังกฤษ 2024-25 รอบก่อนรองชนะเลิศ บอร์นมัธ จะเปิดรัง ดีพเดล รับการมาเยือนของ แมนฯ ซิตี้ โดยเกมนี้ บอร์นมัธ เจ้าถิ่น ฟอร์มตกลงไปพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา หลังแพ้ไป 4 จาก 8 นัดหลังในทุกรายการ ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ เองก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก พวกเขาชนะ 6 แพ้ 6 จาก 13 เกมหลังสุด แต่รายการนี้พวกเขาต้องเน้นสุดๆ เพราะมีโอกาสดีที่จะคว้าแชมป์มาครองได้ หลังบรรดาทีมใหญ่ตาพากันตกรอบไปหมดแล้ว เหลือแต่ทีมที่เป็นรองพวกเขาแล้วทั้งนั้น
พรีวิวเอฟเอ คัพ อังกฤษ 2024-25 รอบก่อนรองชนะเลิศ
บอร์นมัธ พบ แมนฯ ซิตี้
สนาม : วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม
เวลา : 22.30 น. อาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2568
ถ่ายทอดสดทาง : beIN Sports 1, 4 (ช่อง 607, 610)
บอร์นมัธ
บอร์นมัธ มีผลงานที่ดีอย่างน่าเหลือเชื่อในช่วงที่ผ่านมา โดยพวกเขาเคยมีช่วงที่ไม่แพ้ใครนาน 12 เกมติดต่อกันในทุกรายการ โดยในจำนวนนี้เป็นเกมพรีเมียร์ลีกถึง 11 นัด จนทำให้มีแต้มขึ้นไปอยู่ในกลุ่มที่มีลุ้นท็อป 4 ได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ระยะหลังพวกเขาเริ่มสะดุดบ่อยครั้ง โดยแพ้ไปถึง 4 จาก 8 เกมหลังสุด เสมอ 1 และชนะได้แค่ 3 โดยเกมที่แพ้ 4 นัดเป็นการแพ้ในเกมลีกทั้งหมด ผลงานในเกมล่าสุดคือการแพ้คาบ้านต่อ เบรนท์ฟอร์ด 1-2 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ตอนนี้ พวกเขามีอยู่ 44 คะแนนจาก 29 เกม รั้งอยู่อันดับที่ 10 ของตาราง และมีแต้มตามหลังอันดับที่ 4 อย่าง เชลซี อยู่ 5 คะแนน
อย่างไรก็ตาม ในศึก เอฟเอ คัพ พวกเขาทำผลงานได้ดีมาเรื่อยๆ ระหว่างทางล้มทีมในพรีเมียร์ลีกด้วยกันมาทั้ง เอฟเวอร์ตัน และ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในรอบที่แล้ว ทำให้ผ่านเข้ามาถึงในรอบก่อนรองชนะเลิศได้ในที่สุด แต่เกมนี้พวกเขาต้องเจอกับของแข็งอย่าง แมนฯ ซิตี้ ที่เน้นสุดๆ ในรายการนี้เพราะมีโอกาสลุ้นความสำเร็จมากที่สุด แม้ว่า บอร์นมัธ จะเคยชนะ แมนฯ ซิตี้ ในบ้านตัวเองมาแล้ว 2-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาก็ตาม
ในส่วนของสภาพทีมล่าสุดนั้น บอร์นมัธ มีปัญหานักเตะบาดเจ็บพอสมควร โดยจะไม่สามารถใช้งานผู้เล่นอย่าง ฮูเลียน อาเราโฮ่, อดัม สมิธ, เอเนส อูนาล และ หลุยส์ ซินิสเตร์ร่า ที่ยังบาดเจ็บทั้งหมด ขณะที่ในรายของ คีน เฮาเซ่น และ มิลอช เคอร์เคซ นั้นติดโทษแบน ทำให้เกมนี้ บอร์นมัธ จะมาในระบบ 4-2-3-1 ตามเดิม เกมรุกจะใช้ เอวานิลสัน ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และมีตัวสนับสนุนอย่าง มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์, จัสติน ไคลเวิร์ต และ อองตวน เซเมนโย่ คอยปั้นเกม ส่วนแดนกลางจะใช้ อเล็กซ์ สกอตต์ คุมเกมร่วมกับ ไทเลอร์ อดัมส์
แมนฯ ซิตี้
ทีมเรือใบสีฟ้ายังคงมีฟอร์มการเล่นไม่แน่นอน หลังมีสถิติชนะ 6 เสมอ 1 แพ้ 6 จากการลงเล่น 13 นัดหลังสุดในทุกรายการ ถือว่าเป็นอะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นสำหรับทีมอย่าง แมนฯ ซิตี้ ในยุคที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นกุนซือ ล่าสุดก็ไม่ชนะใครในพรีเมียร์ลีกมา 2 นัดติดต่อกัน ทั้งการบุกไปพ่าย น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-0 ต่อด้วยทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอกับ ไบรท์ตัน 2-2 เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วก่อนเบรกทีมชาติ ทำให้ตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ มีอยู่เพียง 48 แต้มตามเดิมจากการลงเล่น 29 เกม รั้งอยู่อันดับที่ 5 ของตาราง แต่ก็ตามหลังอันดับ 4 อย่าง เชลซี อยู่แค่แต้มเดียวเท่านั้น ทำให้ยังมีโอกาสที่จะจบฤดูกาลในพื้นที่ท็อป 4 ได้อยู่
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีฤดูกาลที่น่าผิดหวัง เพราะหมดลุ้นแชมป์ทั้งพรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ใน เอฟเอ คัพ พวกเขากลายเป็นเต็งแชมป์ไปเรียบร้อยแล้ว หลังบรรดาทีมใหญ่ๆ พาเหรดตกรอบกันไปหมด เหลือแค่ทีมที่มีชื่อชั้นเป็นรองพวกเขาทั้งนั้น ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ต้องเน้นเต็มที่ในทุกเกมต่อจากนี้ เพื่อคว้าแชมป์รายการนี้เป็นการปลอบใจแฟนๆ ให้ได้ และถ้าบุกชนะ บอร์นมัธ ได้ในเกมนี้ ก็จะเป็นการล้างตาจากเกมพรีเมียร์ลีกที่บุกไปพ่ายมาก่อน 2-1 เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาอีกด้วย
ในส่วนของสภาพทีมล่าสุดนั้น แมนฯ ซิตี้ มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บพอควร โดยเกมนี้จะยังไม่มีผู้เล่นอย่าง โรดรี้, ออสการ์ บ็อบบ์, มานูเอล อาคานจี, จอห์น สโตนส์, เนธาน อาเก้, เอแดร์ซอน และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ที่ยังมีปัญหาบาดเจ็บ แต่ส่วนที่เหลือนั้นไม่มีปัญหา ทำให้เกมนี้ แมนฯ ซิตี้ จะมาในระบบการเล่น 4-2-3-1 กองหน้าตัวเป้าจะใช้ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ โดยมีตัวสนับสนุนเกมรุกอย่าง ซาวินโญ่, โอมาร์ มาร์มูช และ เฌเรมี่ โดกู ส่วนแดนกลางจะมี นิโก้ กอนซาเลซ คุมเกมร่วมกับ อิลคาย กุนโดกัน
ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
บอร์นมัธ (4-2-3-1) : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า : ลูอิส คุ้ก, อิลเลีย ซาบาร์นี่, มาร์กอส เซเนซี่, ฮูลิโอ โซเลร์ : อเล็กซ์ สกอตต์, ไทเลอร์ อดัมส์ : มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์, จัสติน ไคลเวิร์ต, อองตวน เซเมนโย่ : เอวานิลสัน
แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : สเตฟาน ออร์เตก้า : ริโก้ ลูอิส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, รูเบน ดิอาส, ยอชโก้ กวาร์ดิโอล : นิโก้ กอนซาเลซ, อิลคาย กุนโดกัน : ซาวินโญ่, โอมาร์ มาร์มูช, เฌเรมี่ โดกู : เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์
ความน่าจะเป็น : บอร์นมัธ มีผลงานปีนี้ที่ดีมากก็จริง แต่ฟอร์มช่วงหลังเริ่มแผ่ว โดยเฉพาะเกมในบ้านที่แพ้ 3 จาก 4 นัดหลังสุด แต่เกมนี้พวกเขาเน้นเต็มที่แน่นอน เพราะถ้าโค่น แมนฯ ซิตี้ ได้ พวกเขาก็มีสิทธิ์ไปถึงแชมป์ได้เช่นกัน ขณะที่ทีมเรือใบสีฟ้าไม่เหลืออะไรให้ลุ้นแล้วนอกจากรายการนี้ ดังนั้นพวกเขาต้องเน้นเต็มที่ด้วยเช่นกัน เพื่อคว้าแชมป์ปลอบใจแฟนๆ ที่ต้องเจอกับซีซั่นที่น่าผิดหวัง ทำให้เกมนี้ทั้งสองทีมจะเปิดเกมรุกสู้กันเต็มที่ บอร์นมัธ ยกระดับการเล่นขึ้นมาได้มาก ไม่น่ามีเกมที่เป็นรองเท่าไหร่ แต่การขาดตัวหลักไปหลายรายในเกมนี้น่าจะมีผลกระทบ ส่วน แมนฯ ซิตี้ จะครองบอลมากกว่าแน่นอน และถ้าเกมรุกไม่ใช้โอกาสเปลือง พวกเขาน่าจะบุกมาเอาชนะได้ แต่ไม่น่าจะขาดลอย
สกอร์ที่คาด : บอร์นมัธ แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-2
ภาพจาก Getty Images
อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :
Website : www.truevisions.co.th
Facebook : Truevisions
Twitter : @TrueVisions
Line : @Truevisions
Youtube official : Truevisionsofficial
Instagram : Truevisionsofficial