XIST AIGC Studio: ผู้ทลายกรอบสร้างหนัง ด้วยขุมพลังของ AI

XIST AIGC Studio: ผู้ทลายกรอบสร้างหนัง ด้วยขุมพลังของ AI
สัมภาษณ์พิเศษ XIST AIGC Studio กับความฝันและความทะเยอทะยานในการเชื่อมต่อศาสตร์ของภาพยนตร์แบบดั้งเดิมเข้ากับ AI

XIST AIGC Studio เป็นการรวมพลังกันของมังกี้ (กัวจื่ออี๋) แม่ทัพหญิงแห่ง COX SOUNDTRACK และ ALEX นักสร้างภาพยนตร์ AI มือฉมัง


การพัฒนาที่ก้าวกระโดดของ AI และความพยายามในการทลายกรอบแห่งการสร้างสรรค์ ผลักดันให้ XIST AIGC Studio และ COX SOUNDTRACK สองบริษัทเล็กแต่อัดแน่นไปด้วยคนคุณภาพ ต่างนำจุดแข็งของกันและกันมาผนึกกำลังสร้างผลงานภาพยนตร์สั้นโดย AI ที่สามารถทลายกรอบการผลิตงานแบบดั้งเดิมได้อย่างงดงาม

 

จากชุดคำสั่งที่ถูกทดลองมากกว่า 2 ล้านครั้ง สู่การปรับแต่งแต่ละช็อตโดยละเอียดจำนวนนับพันครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ส่งให้ “The Qin Envelopment” (钳秦攻势) ผลงานของทีม XIST AIGC Studio กลายเป็นหนึ่งในหนังสั้นที่ถูกจับตามองแห่งปี ด้วยการหยิบเอาเรื่องราวประวัติศาสตร์จีนโบราณมาผสมผสานกับฉากบู๊แอ็กชัน แฟนตาซี และไซไฟ ทำให้ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นจนติดโผเข้าชิงรางวัล Xinpianchang 2025 Golden Sparrow Award ซึ่งจัดประกวดสาขานี้ขึ้นเป็นปีแรก

 

แนวคิดและเบื้องหลังในการสร้างสรรค์ผลงานของพวกเขามีจุดเริ่มต้นอย่างไร ทรูวิชั่นส์ นาว ชวนคุณล้อมวงพูดคุยกับพวกเขา เผื่อใครที่อยากสร้างหนังจะได้นำเอาความรู้ไปต่อยอด และหยิบเอาไอเดียดีๆ ไปฝึกฝนพัฒนาฝีมือของตนเองได้ทันที

 

 

การรวมตัวกันของ XIST AIGC Studio เกิดขึ้นได้อย่างไร ปัจจุบันมีสมาชิกกี่คน

 

สมาชิกในทีมเราตอนนี้มีทั้งหมด 5 คนครับ แต่เป้าหมายจริงๆ คืออยากปั้นทีม “หัวกะทิ” ให้ได้สัก 10 คน ทุกคนในทีมของเราส่วนใหญ่มาจากวงการภาพยนตร์และโฆษณา เป็นซูเปอร์ครีเอเตอร์ที่มีทักษะหลากหลาย ทำงานได้อย่างครบเครื่อง พวกเราต่างมีมาตรฐานของรสนิยมความงาม (Aesthetic) ที่สูง และเข้าใจความคิดกันโดยแทบไม่ต้องพึ่งการสื่อสาร ทำให้เราสามารถผลักดันขอบเขตความคิดสร้างสรรค์ออกไปได้ไกลขึ้นครับ


ทีมอันแข็งแกร่งของ XIST AIGC Studio และ COX SOUNDTRACKผลงาน The Qin Envelopment ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Best AI Creative Film ของรางวัล Golden Sparrow Award คุณรู้สึกตื่นเต้นไหม และการได้รับการยอมรับครั้งนี้มีความหมายต่อทีมและทิศทางการทำงานอย่างไรบ้าง

 

จริงๆ แล้วโปรเจกต์นี้เริ่มต้นจากการลองเดโมตัวใหม่ของ Seedance 2.0 ครับ พอทำออกมาแล้วถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลใหญ่เลยเซอร์ไพรส์และตื่นเต้นกันมาก มันคือบทพิสูจน์ว่ารูปแบบการสร้างคอนเทนต์ด้วย AI ในเชิงอุตสาหกรรม และกลยุทธ์หลักที่เรากำลังเดินหน้านั้นถูกต้อง ในการมุ่งสร้างผลงานระดับพรีเมียมมากกว่าแค่วิดีโอเพื่อความบันเทิงแบบทั่วไป 


ผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากไหน หรือได้ไอเดียหลักมาจากอะไร

แนวคิดของเราคือ “การสร้างสรรค์แบบ AI โดยแท้จริง” (Native AI Creation) แทนที่เราจะไปฝืนสู้กับข้อจำกัดต่างๆ ของ AI เช่น ความถูกต้องแม่นยำของประวัติศาสตร์ เรากลับเลือกที่จะเล่นกับจุดแข็งของมันแทน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเส้นเวลาที่ยุ่งเหยิง โลกหลายมิติที่ซ้อนทับกัน หรือแม้แต่ยุคสมัยต่างๆ ที่ปนเปกันอย่างเหนือความคาดเดา


 


คิดว่าผลงานที่สร้างจาก AI เหล่านี้ช่วยยกระดับสุนทรียศาสตร์หรือสร้างมิติใหม่ให้กับวงการบันเทิงอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีตที่สร้างโดยมนุษย์เป็นหลัก

 

เราคิดว่า AI กำลังทำให้คนธรรมดากลายเป็นครีเอเตอร์ง่ายขึ้น เกิดการเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากสตูดิโอรายใหญ่มาสู่ผู้สร้างอิสระ จุดเด่นของเราคือนำเอาภาษาภาพยนตร์แบบดั้งเดิมมาผนวกเข้ากับทักษะการสั่งงาน AI (Prompt Engineering) ให้เป็นหนึ่งเดียว

 

แม้ว่า AI จะช่วยยกระดับมาตรฐานผลงานให้สูงขึ้นได้จริง แต่จิตวิญญาณและคุณค่าของแต่ละชิ้นงาน ยังไงก็ยังขึ้นอยู่กับรสนิยมและการตัดสินใจของมนุษย์เราอยู่ดี


 

ทีมมีเกณฑ์ในการเลือกเทคโนโลยี AIGC ยังไง หรือเลือกใช้โมเดลตัวไหนเป็นหลัก แล้วใช้เวลาไปกับเรื่องการป้อนคำสั่ง (Prompt) และการปรับแก้ (Iteration) นานไหมกว่าจะพอใจ

 

เราเป็นพวกชอบลองของใหม่ครับ แต่ตอนนี้เราใช้ Seedance 2.0 ที่เพิ่งปล่อยออกมาสดๆ ร้อนๆ เป็นหลัก แล้วลงมือเรียนรู้และปรับแก้ทุกอย่างภายในจนได้ผลลัพธ์ภายในเวลาเพียง 20 วัน 

 

ส่วนปัญหาที่พบไม่ว่าจะเรื่องข้อจำกัดของการประมวลผลและการรอคิวนานๆ เราใช้พวก AI Agents มาช่วยอัปเดตและปรับจูนเวิร์กโฟลว์ให้ลื่นไหลที่สุดครับ


ตัวอย่างผลงานโฆษณารถยนต์ที่ผลิตโดย AI ฉีกกรอบไอเดียแบบเดิมๆ


ความท้าทายใหญ่ที่สุดในการสร้างโปรเจกต์นี้คืออะไร และทีมจัดการอย่างไรเพื่อให้ผลงานออกมาโดดเด่นทั้งด้านสุนทรียศาสตร์และเทคนิค

 

ความท้าทายที่น่าปวดหัวที่สุดคือการต้องควบคุมการสุ่ม (Randomness) ของ Seedance 2.0 ครับ เราพยายามทำให้ตัวละครหรือฉากดูต่อเนื่องกัน จึงต้องสร้างระบบวิศวกรรมข้อความพร้อมรับ (Prompt Engineering) ของเราเองขึ้นมา เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการแสดงออกทางศิลปะและการควบคุมทางเทคนิค


 

ในแง่ของนวัตกรรม AI ทีมได้พัฒนาเทคนิคหรือกระบวนการอะไรใหม่ๆ ที่ทำให้งานดูสดใหม่บ้าง แล้วคิดว่าสิ่งนี้จะเปลี่ยนวงการหนังไปทางไหน

 

เราลงมือพัฒนาซอฟท์แวร์แบบ “Full-pipeline Workflow” ขึ้นมาใช้เองครับ มันเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการ “จ่ายเพื่อกระบวนการ” เป็นการ “จ่ายเพื่อผลลัพธ์” ทำให้เราสามารถสร้างต้นแบบภาพได้อย่างรวดเร็ว และสามารถปรับแก้ได้ง่ายขึ้น ด้วยวิธีนี้ในอนาคตการทำหนังยาวสักเรื่องอาจจะใช้เวลาไม่ถึงเดือนเลยด้วยซ้ำ


 

การร่วมงานกับ ALEX (柿子_ALEX) และทีม COX SOUNDTRACK เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร ALEX ได้กำหนดทิศทางในการสร้างสรรค์อย่างไรบ้าง

 

การร่วมงานของเรากับทีม COX SOUNDTRACK เริ่มต้นหลังจากการสำรวจ AI Music ในช่วงแรกๆ ครับ ALEX เข้ามาช่วยในฐานะ AI Agent Developer เราจึงตกลงใช้แนวคิดที่ต่างออกไป คือใช้ “ภาษาเพลงนำภาษาภาพ” เพราะการเจนภาพขึ้นใหม่มีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงมาก เราเลยยอมปรับให้ภาพทุกเฟรมหมุนตามอารมณ์ของเพลงอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผลงานสื่ออารมณ์ถึงคนดูได้โดนใจที่สุด


ภาพยนตร์สั้นจาก AI หนึ่งในผลงานที่ภาคภูมิใจของ ALEX นักผลิตภาพยนตร์ AI อันดับต้นๆ ของวงการ

 

ทีมมีแผนจะขยายเรื่องราวของ The Qin Envelopment เป็นภาพยนตร์ AIGC เต็มรูปแบบไหม

 

แน่นอนครับ! ตอนนี้เรากำลังขยายบทอยู่ โดยเน้นความคล่องตัวของคนทำงานเป็นหลัก เบื้องต้นเรามีแผนจะปล่อยเป็นซีรีส์สั้นรายสัปดาห์ เพื่อเช็คฟีดแบ็กจากคนดู จากนั้นค่อยลงมือทำเป็นหนังยาวเต็มเรื่องครับ


 

จากประสบการณ์ตรง คุณมีคำแนะนำใดสำหรับผู้ที่ฝันอยากเป็น AIGC Creator บ้าง และคิดว่าควรเริ่มต้นจากสิ่งใดก่อนเป็นอันดับแรก

 

ทุกคนตอนนี้อยู่ที่จุดสตาร์ทเดียวกันหมดครับ ถึง AI จะทำลายกำแพงด้านเทคนิคให้พังลง แต่สกิลการเล่าเรื่องและรสนิยมนั้นยังเป็นจุดแข็งที่ไม่ว่า AI โมเดลไหนๆ ก็ทำไม่ได้ อย่ามัวแต่รีรอครับ เริ่มลงมือทำเลย แล้วค่อยๆ ขัดเกลามุมมองทางศิลป์ไปเรื่อยๆ การลงมือทำคือขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด

XIST AIGC Studio / Word: Kritin

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :

Website :

Facebook :

Twitter :

Line :

Youtube official :

Instagram :