รีวิว 5 บทเพลงจากซีรีส์ที่จะพาคุณดำดิ่งไปกับโลกแห่งการหลอกลวง ในผลงานการแสดงซีรีส์เรื่องล่าสุดของพระเอกหนุ่มหลัวอวิ๋นซี
เมื่อความจริงถูกฝังลึกใต้เปลือกนอกของความหลอกลวง เสียงดนตรีได้กลายเป็นเครื่องมือช่วยกะเทาะเปลือกที่ห่อหุ้มอยู่นั้นออกอย่างละเมียดละไม จนสามารถเข้าถึงแก่นแท้ของปมปริศนาในหัวใจของมนุษย์ได้
โดยทั่วไปแล้วในซีรีส์แนวสืบสวนนั้น ดนตรีประกอบไม่ได้มีหน้าที่แค่สร้างบรรยากาศให้น่ากลัวหรือลึกลับ แต่ต้องทำหน้าที่เป็นเสียงของจิตวิญญาณที่ถูกกดทับ เป็นเสียงกรีดร้องภายในของตัวละครที่ไม่สามารถตะโกนออกมาได้ และนั่นคือสิ่งที่ทีม COX SOUNDTRACK ได้ทำสำเร็จ กับซีรีส์เรื่อง “คลายปริศนาคดีพิศวง” (The Truth Within) ที่กำลังเข้มข้นอยู่ในขณะนี้
สตรีมเลย! “คลายปริศนาคดีพิศวง” ทั้งซับไทยและพากย์ไทย วันนี้ ที่แอปทรูวิชั่นส์ นาว สมัครแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 99 บาทต่อเดือน คลิก https://truevisions-now.onelink.me/ZBNQ/o6xlh6n4
COX SOUNDTRACK คือทีมนักประพันธ์เพลงรุ่นใหม่ นำโดยกั๋วซื่ออี๋ (Monkey - Guo Shiyi) นักร้องนักแต่งเพลงสาวผู้มีพรสวรรค์ และจอห์นนี่ จาง (Johnny Zhang) ผู้ควบคุมดนตรี พวกเขาไม่ได้แค่แต่งดนตรีประกอบ (Score) และเพลงเปิดเรื่อง (Opening Theme) ที่บีบเค้นความรู้สึกตึงเครียดและลึกลับ แต่พวกเขายังก้าวไปอีกขั้นด้วยการ "ดึงเสียงในหัวของตัวละครออกมา" แปลงเป็นเพลงป็อบ-บัลลาดที่มีเนื้อร้องถึง 5 เพลง
แต่ละเพลงในอัลบั้มนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เสริมฉาก แต่กลายเป็นตัวละครอีกหนึ่งตัวที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวภายในจิตใจของคนที่กำลังสูญเสีย ถูกหลอกลวง หลงผิด และพยายามค้นหาความจริง อีกทั้งยังเปิดเปลือยเรื่องราวความรู้สึกผ่านเนื้อร้องและทำนอง ให้คนฟังได้จับต้อง รู้สึก และจมดิ่งไปพร้อมกับตัวละคร
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอัลบั้ม “The Truth Within OST” จึงขยายขอบเขตจากการเป็นเพลงประกอบซีรีส์สู่ผลงานดนตรีที่ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง แม้คนฟังจะไม่เคยดูซีรีส์เลยก็ตาม
แทร็กที่ 1: Stop Falling - เสี่ยวอาชี่
แทร็กเปิดฉากที่ทรงพลังด้วยความเปราะบาง เสียงร้องของเสี่ยวอาชี่ล่องลอยราวเสียงกระซิบจากใครบางคนที่กำลังจมอยู่ใต้น้ำ ตะเกียกตะกายหาทางกลับขึ้นมาสู่พื้นผิว เปียโนในช่วงเปิดเพลงสร้างภาพของความสงบเงียบที่หลอกลวง ก่อนที่เสียงเบสและกลองจะทำลายทุกอย่างลงด้วยความรุนแรงที่สะสมมานาน
เนื้อร้อง "Wake up now, don't let it last" ไม่ใช่แค่การเตือนตัวเอง แต่เป็นเสียงกรีดร้องภายในของฉีซือเจ๋อที่กำลังต่อสู้กับอดีตที่เจ็บปวดและหนักอึ้ง การเปลี่ยนผ่านจากเสียงเปียโนอันเปราะบางไปสู่เสียงกลองที่ระเบิดออกมานั้น เปรียบเสมือนการตื่นขึ้นจากฝันร้ายที่ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจที่ตัวเองกลับมาอยู่กับความเป็นจริง
แทร็กที่ 2: Lure (誘) - แจ็ค วิลเว่น
Lure เป็นเพลงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายอาร์แอนด์บีร่วมสมัยที่ซึมซับเข้าไปในทุกมิติของเพลง ผสานกับเสียงร้องแหบเสน่ห์ของแจ็ค วิลเว่นทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังถูกล่อลวงให้เดินเข้าไปในกับดักอย่างสมัครใจ
โครงสร้างดนตรีของเพลงนี้แทบไม่มีความซับซ้อน แต่ความเรียบง่ายนี้เองกลับเป็นอาวุธที่ทรงพลัง เหมือนกับดวงตาคู่หนึ่งที่จ้องมองคุณอย่างไม่กระพริบ จนคุณรู้สึกอึดอัดแต่ก็ไม่สามารถเบือนหน้าหนีไปได้ หากมีข้อจำกัด นั่นก็คือเพลงนี้ถูกประกบอยู่ระหว่างแทร็กที่ทรงพลังกว่า จึงอาจถูกบดบังไปบ้างเมื่อฟังทั้งอัลบั้มในครั้งเดียว แต่หากแยกฟังเดี่ยวๆ จะพบว่ามีเสน่ห์ที่ค่อยๆ เซาะลึกเข้าไปในจิตใจ
แทร็กที่ 3: Bad, The Reason is Love (壞,理由是愛) - ฟานฟ่าไห่
นี่คือแทร็กที่ทำให้คุณอยากตะโกนและร้องไห้ไปพร้อมๆ กัน เพราะมันคือการสารภาพบาปที่ดังกึกก้องจนไม่อาจเพิกเฉยได้
จังหวะป็อบร็อกที่ชัดเจนผสานกับเนื้อร้องที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งภายใน สร้างความรู้สึกของคนที่รู้ว่าตัวเองกำลังเดินไปในทางที่ผิด แต่ก็ไม่สามารถหยุดได้เพราะความรักคือเหตุผลเดียวที่เหลืออยู่
เสียงร้องอันทรงพลังของฟานฟ่าไห่ช่วยขับความเจ็บปวดให้รุนแรงได้อย่างน่าทึ่ง ผสานกับเสียงกีตาร์ที่บรรจงใส่เข้ามาในช่วงคอรัส เปรียบเสมือนเสียงของหัวใจที่กำลังถูกฉีกขาด แทร็กนี้โดดเด่นที่สุดในอัลบั้มเพราะมันซื่อสัตย์ที่สุดกับการถ่ายทอดความมืดมนของมนุษย์
แทร็กที่ 4: Regret (悔) - กั๋วซื่ออี๋
บทเพลงที่เศร้าที่สุดในอัลบั้ม จากเสียงร้องที่ไพเราะจนเจ็บปวดของกั๋วซื่ออี๋ (มังกี้ กั๋ว) ที่ขับขานความรู้สึกของคนที่กำลังจมดิ่งลงไปในหลุมแห่งการตำหนิตัวเองจนไร้ทางหนี
เปียโนและกีตาร์อะคูสติกที่บรรเลงอย่างประณีตเข้ากันได้อย่างดีกับเสียงเศร้าๆ ของกั๋วซื่ออี๋ ทำให้ภาพจำอันเจ็บปวดในอดีตเด่นชัดขึ้น เครื่องสายที่แทรกซึมเข้ามาในช่วงท้ายของเพลงยิ่งช่วยเพิ่มมิติของความโศกเศร้าที่ทะลุทะลวงจนถึงกระดูก
เนื้อร้อง 'บาปใดที่เคยกระทำต่อกัน ก็ขอให้เรานั้นต่างชดใช้กรรมในขุมนรกนี้เทอญ' ไม่ใช่คำสารภาพ แต่มันคือการก่นด่าเพ่งโทษตัวเอง และนั่นคือความโหดร้ายที่แท้จริงของความเสียใจ มันไม่ได้มาจากภายนอก แต่มันคือภาพมายาที่เราสร้างขึ้นมาทรมานตัวเองในทุกลมหายใจ
แทร็กที่ 5: Peel (剝) - หงจื้อหาน
แทร็กปิดท้ายอัลบั้มที่เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายในการสรุปเรื่องราวทั้งหมด แถมยังเป็นการปลดปล่อยทุกอย่างที่สะสมมาตลอดตั้งแต่ต้น Peel คือการลอกเปลือกทีละชั้นเพื่อเผยให้เห็นความจริงที่ทุกคนเบือนหน้าหนี หงจื้อหานใช้เสียงร้องที่มีพลังและเปราะบางนำพาทุกคนเดินผ่านเขาวงกตแห่งอารมณ์ที่ซับซ้อน
การนำทำนองจากเพลงเปิดรายการมาใช้ในแทร็กนี้ไม่ใช่แค่กลเม็ดทางดนตรี แต่เป็นการเชื่อมโยงวงจรชีวิตที่เริ่มต้นด้วยคำถาม และจบลงด้วยคำตอบที่ไม่ได้ทำให้คุณโล่งใจขึ้น แต่ทำให้คุณเข้าใจมากขึ้น ดนตรีที่ซับซ้อนและเร้าใจที่สุดในอัลบั้มสะท้อนถึงความยุ่งเหยิงของความจริงที่ไม่เคยตรงไปตรงมาอย่างที่เราหวัง
นี่คือการปิดฉากที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่เพราะมันมีความสุข แต่เพราะมันเต็มไปด้วยความหมาย เหมือนกับการตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายยาวเหยียด เหนื่อยล้า แต่ขอบคุณที่ได้รู้ความจริง
อัลบั้มนี้พิสูจน์แล้วว่า บทเพลงประกอบที่ดีไม่ได้แค่ทำหน้าที่เสริมบรรยากาศ แต่สามารถกลายเป็นตัวละครอีกหนึ่งตัวที่ช่วยเล่าเรื่อง ปลดปล่อยอารมณ์ และทิ้งรอยแผลเป็นในหัวใจผู้ฟังได้อย่างถาวร
หากฉีซือเจ๋อ, จู๋ชิงเยว่ และหานเฟิง คือคนทำหน้าที่ปอกลอกเปลือกนอกที่ห่อหุ้มความจริงไว้ บทเพลงที่สร้างสรรค์จากมันสมองของทีม COX SOUNDTRACK ก็คือเครื่องมือชั้นดีที่ช่วยให้ทั้งสามคนค้นพบแก่นแท้ของเรื่องราวได้อย่างฉับไวและจบภารกิจอย่างสมบูรณ์
ติดตามสนับสนุนผลงานของศิลปินได้ที่
Instagram: cox_soundtrack
Youtube: @COX_SOUNDTRACK
Rednote: COX SOUNDTRACK
COX SOUNDTRACK/COX MUSIC
อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :
Website : www.truevisions.co.th
Facebook : Truevisions
Twitter : @TrueVisions
Line : @Truevisions
Youtube official : Truevisionsofficial
Instagram : TrueVisions Now