บันทึกนักล่าฝัน True AF 2026 The Series – Chapter 6: Joy

บันทึกนักล่าฝัน True AF 2026 The Series – Chapter 6: Joy
เติมสีสันให้ชีวิตสดใส ด้วยรอยยิ้มและทัศนคติเชิงบวกจาก 2 หนุ่มนักล่าฝัน "บีม-พี" ผู้ทำให้เวทีออดิชั่น True AF 2026 มีชีวิตชีวา

หลายคนเมื่อพบปัญหาใหญ่อาจหวาดกลัวและล่าถอย แต่ไม่ใช่สำหรับ “บีม - พี” สองหนุ่มนักล่าฝันคนเก่งจาก True AF 2026 ที่มองปัญหาเป็นความท้าทายที่เขาต้องข้ามไปให้ได้ ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ปลดแอกจากความกลัวสู่ความอิสระ ใช้ทุกวินาทีของชีวิตด้วยความสนุกสนานและรู้คุณค่า

 

บทที่ 13: AF006 คุณหนูบีม


บีมกำลังม่วนจอยในคลาสเต้นร่วมกับเพื่อนๆ นักล่าฝัน


ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้” ประโยคสุดคลาสสิกนี้ถูกใครหลายคนยกขึ้นมาพูดจนชินหู หากแต่มีหนึ่งคนที่สามารถพูดคำๆ นี้ได้เต็มปาก คนนี้คือ บีม-กันทร ไวยรัตน์ หรือที่แฟนคลับเรียกติดปากว่า “คุณหนูบีม” นักล่าฝันหนุ่มวัย 26 ผู้ปฏิวัติตัวเองให้กลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโชค

 

บีมเกิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวที่ทำธุรกิจส่งผลไม้ป้อนซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ เขาจึงมักถูกตามใจจากคนในครอบครัวรวมถึงปู่กับย่ามาตั้งแต่เด็กๆ ชนิดที่เขา “ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้” แถมไม่ต้องแตะต้องงานบ้านอะไรเลยสักอย่าง แม้แต่ตอนหิวข้าว เพราะมีคนพร้อมบริการให้เสร็จสรรพ ใช้ชีวิตทุกวันประหนึ่งคุณหนูที่แฟนคลับมักแซวเขาจนติดปาก

 

พอเริ่มโตขึ้นมาหน่อย ประมาณ ม. 3 เขาก็ตามเพื่อนเข้าร่วมวงโยธวาทิตในตำแหน่งมือกลอง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เขาเริ่มเล่นดนตรี ต่อมาก็ได้รับของขวัญจากคุณพ่อเป็นกีตาร์ตัวแรก แต่ก็ยังไม่ค่อยสนใจจนกระทั่งขึ้น ม. 4 เขาผันตัวไปเป็นนักบาสโรงเรียน จึงมีเวลาว่างในการศึกษาวิธีเล่นกีตาร์ด้วยตัวเองอย่างจริงจัง

 

“เพลงแรกที่ฝึกเลยคือเพลงลูกอม ของวัชราวลีครับ ดูยูทูปฝึกเองทั้งคืนจนเลือดออก เพราะบีมไม่เคยเรียนเลย ก็เริ่มฝึกอินโทร แล้วตอนนั้นรู้สึกว่าเพลงมีความหมายดีมาก ฝึกอินโทรได้แล้วก็เลยอยากลองร้องดู แล้วก็ฝึกมาเรื่อยๆ ครับ”

 

จะเรียกว่าพรสวรรค์ก็ไม่น่าผิด เพราะบีมอดทนฝึกฝนด้วยตัวเองทุกวันจนสามารถจับทางได้ว่าจะต้องเล่นและร้องเพลงด้วยคีย์ไหน ที่สำคัญการเล่นเพลงตามคำขอจากแฟนคลับขณะไลฟ์สด ได้มีส่วนช่วยในการพัฒนาทักษะได้เป็นอย่างมาก

 

กระทั่งบีมเข้าเรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เขาก็ได้รับเลือกให้เป็นลีดคณะ ทำให้ได้รู้จักกับรุ่นพี่ที่ทำเพลง และมอบโอกาสให้เขาได้ลองทำอะไรที่มากกว่าแค่ร้องเพลง

 

“เพลงชื่อว่าใจบาง (TMK) ครับ ตอนนั้นแค่ทำเล่นๆ แต่ก็ทำเองหมดทุกอย่าง ทั้งเมโลดี้ โน้ต ถ่ายเอ็มวีเพื่อนๆ ก็มาช่วยถ่ายให้ (หัวเราะ) แล้วพอปล่อยไปก็บังเอิญได้ 6 ล้านวิว”

 

ขณะที่กราฟกำลังพุ่งกลับมีสิ่งที่ไม่คาดฝันฉุดเขาตกลงมา ธุรกิจทางบ้านหยุดชะงักและประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 เมื่อรู้ข่าวว่าครอบครัวกำลังลำบาก คุณหนูบีมจึงปรับรูปแบบการใช้ชีวิตและทัศนคติของตัวเองทันที

 

“ตอนนั้นบีมอยู่หอ แล้วแม่ไลน์มาบอกว่าอาทิตย์นี้แม่ไม่มีตังค์ให้แล้วนะ แค่นี้เลยครับ ณ เวลานั้นบีมแค่คิดว่า โอเค ถ้าแม่กล้ามาบอกบีมว่าไม่มีก็คงไม่มีจริงๆ บีมก็ต้องทำความเข้าใจว่าแม่ไม่มีแล้วนะ เราต้องหาเองแล้ว ซึ่งตอนนั้นทำอะไรไม่ได้ บีมมีทองวงนึงก็โทรศัพท์ให้เพื่อนขี่มอเตอร์ไซค์มารับไปขาย เค้าก็ยังไม่รู้ด้วยนะว่าบีมขายไปแล้ว ได้เงินมาก้อนนึงก็แบ่งจ่ายค่าหอ เอามากินข้าวครับ แล้วบังเอิญว่าอาทิตย์นั้นทางต้นสังกัดเค้าทักมาเสนองานให้พอดี บีมใช้เงินที่ขายแหวนไปจนบีมได้มาอีกก้อน จนได้เงินเดือนมา บีมก็แมเนจเงินมาตลอด”

 

หลังจากงานแรกผ่านไปเสน่ห์ของบีมก็เริ่มเฉิดฉายจนเข้าตาใครหลายคน หนุ่มคนเก่งถูกว่าจ้างให้ไปร่วมงานที่หลากหลายขึ้นจนคิวแน่นขนัด ทั้งจ้างแต่งเพลง แต่งแร็ป จ้างไปร้องร่วม (Featuring) กระนั้นเขาก็ยังไม่ทิ้งแฟนคลับในไลฟ์ของตัวเอง ราวกับกำลังสะกดจิตบอกตัวเองว่า "ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน"

 

“บีมว่าปีนึง 365 วันอ่ะ บีมหยุดทำงานไม่เกิน 15 วัน … ที่ไม่ไลฟ์นะ … มันเหมือนเราเคยมีมาแล้วพอถึงวันหนึ่งบีมลงไปอยู่ในอีกจุดนึงที่แย่แล้ว บีมไม่มีแล้ว ป๊ากับแม่ก็ไม่มีแล้ว มันรู้สึกดาวน์มาก ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้เลยตั้งใจว่าบีมจะต้องทำงานให้ได้วันละ 300 บาท ค่าแรงขั้นต่ำ ต่อให้เมื่อวานได้ล้านนึง พรุ่งนี้บีมก็จะต้องหาให้ได้ 300 บีมคิดแบบนี้”


บีมโชว์รอยยิ้มสดใสให้กรรมการและเพื่อนๆ บนเวทีไฟนอลออดิชั่น

แม้จะประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจ แต่สิ่งที่ยังค้างคาใจและไขว่คว้ามาตลอด นั่นคือการได้เรียนพื้นฐานด้านดนตรีอย่างจริงจัง ซึ่งบีมบอกว่านั่นคือสาเหตุว่าทำไมเขาถึงเลือกสมัครออดิชั่น True AF 2026

 

“เพราะบีมไม่เคยเรียนเกี่ยวกับดนตรีเลยแม้แต่นิดเดียว คิดว่าถ้าได้เข้าบ้าน AF ไป เค้าจะมีคุณครูสอน มีครูเทรนร้อง เทรนเต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่บีมอยากเรียนมากเลยครับ แต่ยังไม่เคยมีโอกาส ก็เลยรู้สึกว่านี่แหละคือโอกาส ก็ตัดสินใจมาเลย ถ้าสมมุติได้เข้าไปเรียนนะ บีมน่าจะว้าว น่าจะสนุกกับมันมากๆ เลย เพราะว่าเราอยากเรียนอยู่แล้ว บีมรู้สึกว่าวันนี้เราอาจจะไม่เก่งเลย แต่ถ้าได้เข้าไปเรียนรู้ ในอนาคตก็น่าจะต้องเก่งเหมือนคนอื่นได้แน่นอนครับ”

 

ความตั้งใจเด็ดเดี่ยวของบีม ทั้งการเคลียร์คิวเดินทางไปออดิชั่นที่เชียงใหม่ และการโชว์เสน่ห์ที่เป็นธรรมชาติบนเวที ทำให้เขาได้ผ่านเข้ารอบไฟนอลออดิชั่น มาเจอเพื่อนๆ นักล่าฝันในการเวิร์กช็อปที่เขาแอบเผยว่าเขาปล่อยจอยมากทุกคลาส จนรู้สึกเหมือนมาเข้าค่ายกิจกรรมกับเพื่อนเสียมากกว่า

 

“เพื่อนทุกคนเก่งกันมากๆ ครับ เก่งแบบที่บีมไม่รู้จะพูดยังไง เพราะว่าบีมไม่เคยอยู่ในเวทีการแข่งขัน แล้วนี่เป็นรายการแรก บีมเลยรู้สึกว่าทุกๆ คนเก่ง มีความไชน์ (Shine) เป็นของตัวเอง สำหรับบีมเชื่อว่าเราทุกคนเนี่ยมีดีกันคนละแบบ เราก็จะไชน์กันคนละสไตล์ แต่ละคนจะมีเสน่ห์ของตัวเอง ถ้าบีมเป็นกรรมการก็จะให้ผ่าน 100 คนไปเลย!”

 

จากเด็กหนุ่มที่เคยมีทุกอย่างรออยู่ตรงหน้า บีมค่อยๆ เรียนรู้ว่าความสุขที่แท้จริงอาจไม่ได้เกิดจากชีวิตที่ง่ายดายเสมอไป หากแต่อยู่ในวันที่เขากล้าถอดกรอบเดิมของตัวเอง ยอมรับความจริงตรงหน้า แล้วลุกขึ้นสร้างเส้นทางใหม่ด้วยสองมือของตัวเอง

 

สำหรับบีมความสุขจึงไม่ใช่เพียงเสียงหัวเราะหรือช่วงเวลาสนุกสนานบนเวทีเท่านั้น แต่คือความภูมิใจเล็กๆ ในทุกวันที่ยังได้ทำงาน ได้เรียนรู้ ได้ก้าวข้ามความกลัว และได้พิสูจน์ว่าแม้ชีวิตจะไม่เป็นอย่างที่เคยวาดไว้ เขาก็ยังเลือกใช้มันอย่างมีคุณค่าได้เสมอ




บทที่ 14: AF027 “พี” ที่แปลว่า “ไก่

พีแจกรอยยิ้มอันสดใสและพลังงานบวกให้กับเพื่อนๆ นักล่าฝัน

ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นหนุ่มหัวทอง สมาชิกวง FLIRT ป๊อบแบนด์ดาวรุ่ง เจ้าของเพลง ห๊ะ! (Huh!) ที่มียอดวิวในยูทูปกว่า 5 แสนครั้ง เดินสายโชว์ตัวร้องเพลงอยู่อย่างนั้นเป็นเวลา 3 ปีจนครบสัญญา พี-ณกฤช สิริจุติกุล หนุ่มเสียงเอื้อนมหาเสน่ห์ในวัย 26 ปี จึงตัดสินใจท้าทายตัวเองอีกครั้ง ด้วยการสมัครออดิชั่น True AF 2026

 

“ผมยังไม่เคยลองประกวดรายการอะไรเลย ไม่เคยมีประสบการณ์ทำอะไรที่ท้าทายตัวเอง พอ AF เปิดรับผมก็เลย เฮ้ย! ลองสักครั้งในชีวิต ก็เลยมาสมัคร แต่ก็ตื่นเต้นมากนะครับ ตอนที่ผมเล่นกับเพื่อนๆ ในวง การขึ้นโชว์มันไม่ตื่นเต้นเท่าออดิชั่นเลย 

 

เหมือนกับว่ามันเป็นสิ่งใหม่มากๆ เพราะก่อนหน้านี้ผมอาจจะมีเพื่อนคอยบอกว่าเราร้องผิด มีเพื่อนซัพพอร์ตอยู่ข้างๆ ช่วยแบ็กอัปให้ แต่พอออกมาทำเดี่ยวแล้วต้องไปยืนต่อหน้ากรรมการ มันเหมือนกับเราคาดหวังกับตัวเองด้วย จำได้ว่าตื่นเต้นมากจนมือสั่นเลย”

 

ถึงจะผ่านประสบการณ์ร้องเพลงโชว์บนเวทีมาพอสมควร แต่เมื่อถึงวันออดิชั่นจริงๆ เอเนอร์จี้ในตัวบวกกับความตื่นเต้นที่พุ่งพล่าน ทำให้เขาเกือบหลับคาเวทีแต่ก็พาตัวเองกลับมาได้

 

“โอ้โห! ใจมันเต้นเหมือนจะหลุดออกมาจากอกเลยครับ แล้วมือผมมันเหมือนมีคลื่นแม่เหล็กอะไรก็ไม่รู้ ชาไปหมด ร้องก็ร้องไม่ออก แต่พอขึ้นเวทีไปสักพักก็เริ่มดีขึ้นครับ อาจจะเพราะมันเป็นครั้งแรกของผมที่ได้ออดิชั่นอะไรแบบนี้ด้วย”

 

มุกหยอกล้อตลกเฮฮาที่ปล่อยออกมาแบบไม่กั๊ก และรอยยิ้มที่จริงใจในทุกครั้ง คือบุคลิกพิเศษของหนุ่มคนนี้ที่ทำเอาทุกคนเอ็นดู พีบอกว่าลึกๆ แล้วเขาเองก็เครียด แต่เพราะรู้จักวิธีจัดการกับความเครียดของตัวเอง จึงทำให้ทุกอย่างดูชิว สบายๆ เขามักแนะนำตัวกับทุกคนว่าตัวเองเป็นไก่ เนื่องจากเพื่อนสนิทชอบบอกว่าเขามีบุคลิกเหมือนไก่ แทนที่จะโกรธ เขาดันกลับชอบมันเสียอย่างนั้น

 

“ผมเป็นคนค่อนข้างสบายๆ ไม่เครียดครับ อะไรเข้ามาก็ เฮ้ย! ลุย ลุยเต็มที่อะไรแบบนี้ อย่าไปคิดเยอะ อะไรแบบนี้ครับ มันก็เลยออกมาเป็นเอเนอร์จี้แบบพี่ๆ ทุกคนเห็น เพื่อนๆ มักชอบคิดว่าผมทำอะไรเหมือนไก่ วันหนึ่งผมก็เลยเต้นท่าไก่โชว์ไปทีนึง หลังจากนั้นมันก็เลยกลายเป็นฉายาของผมไปเลย ผมชอบก็เลยเอามาตั้งชื่อแล้วก็ทำตัวเหมือนไก่ไปเลย (หัวเราะ) ผมเองก็ชอบไก่ด้วยครับ”


เห็นเอเนอร์จี้เยอะ บทจะนิ่งพีก็สะกดทุกสายตาอยู่หมัด

 

มาด้วยความไม่คาดหวัง ก็ได้อะไรติดมือกลับไปแบบไม่คาดฝัน หลังจากได้เวิร์กช็อปกับเพื่อนๆ นักล่าฝันตลอดสองวัน พีเผยว่าเขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

 

“มันเป็นสิ่งใหม่แทบจะทั้งหมดเลยนะครับ ด้วยความที่ผมเป็นศิลปินมาก่อน การทำเพลงอะไรแบบนี้มันจะมีการทำในสไตล์ของผมอยู่ แต่พอมาเวิร์กช็อปกับ AF ผมได้ลองเต้น ทั้งที่ผมก็เต้นไม่ค่อยเป็น ซึ่งมันใหม่มาก แล้วก็รู้สึกสนุกกับมันมาก พาร์ทแอ็กติ้งที่เขาให้จำลองตัวเองว่าต้องไปอยู่สถานที่โน้นนี้ในหัว มันก็เป็นสิ่งใหม่ทั้งหมดเลยครับ กระทั่งตอนเรียนร้องเพลงที่ได้ทำงานกับเพื่อน ได้แบ่งท่อนกันเพอร์ฟอร์ม ร้องไลน์ประสานใหม่ๆ ก็สนุกมาก แล้วก็ได้เพื่อนใหม่เยอะมาก ทุกคนน่ารักมากครับ แบบว่าจอยๆ กันหมดเลย”

 

แม้ภายนอกจะเป็นคนที่ดูแอคทีฟ พลังงานเหลือล้นตลอดเวลา แต่เมื่อต้องเข้าสู่โหมดซีเรียสพีก็แสดงให้ทุกคนเห็นว่าตัวเขาเองเป็นคนที่จริงจังได้เช่นกัน

 

“ผมบอกน้องๆ (นักล่าฝัน) ว่าความกดดันเรามีกันทุกคนครับ แต่สุดท้ายเราออกไปยืนแล้วเป็นตัวเอง ยังไงคนดูก็ชอบ ผมรู้สึกว่าคนเรามันควรจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองมากที่สุด ไม่ควรประดิษฐ์อะไรให้มันมาก เพราะสุดท้ายแล้วถ้าเขาจะชอบเราก็เพราะเราเป็นตัวเรา ไม่ใช่ชอบเราที่พยายามเป็นใครอีกคนหนึ่ง อย่าไปเครียด ขึ้นเวทีแล้วก็ใส่ไปเลย อะไรทำนองนี้ครับ ผมบอกทุกคนอย่างนั้น

 

แต่ถ้าเป็นตัวผมเอง ผมชอบนั่งคิดอะไรคนเดียวเงียบๆ เพื่อเรียบเรียงว่ามันเกิดจากอะไร แล้วค่อยคิดต่อว่าจะช่างมัน หรือว่าเราจะแก้ปัญหายังไง ส่วนตัวแล้วผมจะเป็นคนค่อนข้างคุยกับตัวเองคนเดียวพอสมควรครับ”

 

ภายใต้รอยยิ้ม มุกตลก และท่าไก่ที่กลายเป็นภาพจำ พีไม่ปฏิเสธความกลัวและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน เขาอาจตื่นเต้น มือสั่น หรือกดดันเหมือนใครหลายคน แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่าง คือการไม่ปล่อยให้ความกลัวกลืนกินความเป็นตัวเอง

 

ความสุขในมุมของพีจึงเป็นพลังของความจริงใจ เป็นความสุขที่เกิดจากการกล้าหัวเราะ กล้าลอง กล้าพลาด และกล้าเป็นตัวเองอย่างไม่ต้องประดิษฐ์ เพราะบางครั้งการขึ้นเวทีด้วยหัวใจที่ซื่อตรง อาจเปล่งประกายได้มากกว่าการพยายามเป็นใครสักคนที่สมบูรณ์แบบ




อยากให้เราเปิดบันทึกนักล่าฝันคนไหน ฝากคอมเมนต์ที่เฟซบุ๊ก TrueVisions หรือ TrueAF Thailand ได้เลยตอนนี้! อย่าลืมติดตามว่าครั้งหน้าจะเป็นคิวของใคร ติดตามที่เว็บไซต์ truevisions.co.th/Showtime

 

ห้ามพลาด! ส่งกำลังใจเชียร์นักล่าฝันทั้ง 98 คน พร้อมลุ้นประกาศ 12 นักล่าฝันที่จะได้ไปต่อ ในรายการ “ถ่ายทอดสด การประกาศผล 12 นักล่าฝัน TRUE AF2026” จันทร์ที่ 11 พฤษภาคม เริ่ม 17.00 น. ดูฟรีที่ช่อง AF Reality (334) และที่แอปทรูวิชั่นส์ นาว

 

Word: Kritin / Image: TrueVisions Now, True AF Thailand

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :

Website :

Facebook :

Twitter :

Line :

Youtube official :

Instagram :