บันทึกนักล่าฝัน EP2 พาทุกคนไป รู้จักกับน้องมอส น้องใบตอง สองนักล่าฝันสู้ชีวิต ที่ไม่เคยคิดยอมแพ้ต่ออุปสรรค เพื่อความหวังอันยิ่งใหญ่ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเสียงหรือเงินทอง
การประกวดแข่งขันอาจสร้างชื่อเสียงเงินทองและเส้นทางอาชีพให้ใครมาแล้วมากมาย หลายคนจึงไขว่คว้าด้วยหวังในความโด่งดัง แต่กับสองนักล่าฝัน “มอส-ใบตอง” การเดินเข้ามาสู่เวที True AF 2026 ของทั้งคู่คือการออกตามหาบางสิ่งที่มีความหมายยิ่งใหญ่กว่านั้น
บทที่ 3: AF001 มอส - บางอย่างที่ขาดหาย
มอสให้สัมภาษณ์ในขณะสมัครออดิชั่น
กลางเมืองเชียงใหม่เช้าตรู่วันที่ 21 มีนาคม 2569 คนมีฝันหลายร้อยคนกำลังเร่งรีบเดินทางไปสมัครออดิชั่น True AF 2026 บาริสต้าหนุ่มวัย 23 คนหนึ่งเหม่อมองผู้คนที่ผ่านไปมา ภายใต้สีหน้านิ่งเฉยนั้นในใจของเขากำลังร้อนระอุ
“ขอเถอะ ขยายเวลาทีจะไปให้ได้” มอส-กนกพล เริงจักร์ ภาวนาในใจ เขารู้สึกหงุดหงิดที่วันสำคัญแบบนี้ดันต้องมายืนขาแข็งทำงาน แต่เพราะชีวิตไม่มีทางเลือกมากนัก เขาจำใจต้องวางความต้องการของตนไว้เพื่อปัจจัยในการดำรงชีวิตที่สำคัญกว่า
ชายหนุ่มย้อนอดีตให้ฟังว่าเขารักเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็ก อาศัยวิธีครูพักลักจำจนได้มีโอกาสเรียนกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่สอนให้เขารู้จักแกะเพลง “อย่างเพลงภาษาอังกฤษ มอสพูดไม่ได้เลย แต่เน้นจำเอาครับ ถ้าถามว่าโน้ตนี้รู้จักไหม…ไม่รู้จักครับ แต่เน้นปฏิบัติเอา” มอสเล่าอย่างอารมณ์ดี
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเรียกว่าพรสวรรค์ได้หรือไม่ แต่หนุ่มมอสก็พาตัวเองเดินสายประกวดจนได้เข้ารอบชิงมาหลายเวที ทั้งยังสามารถคว้าแชมป์รายการจันทร์พันดาวร้องสู้ฝัน รายการเพลงด่วนชิงทุน และอีกมากมาย ประสบการณ์การประกวดนี้ค่อยๆ เติมเต็มความฝันของเขาทีละน้อย
“มอสเคยไปรายการหนึ่งแล้วได้เข้ารอบชิง เขาบอกว่าคนได้เข้ารอบชิงจะได้ไปทัวร์คอนเสิร์ตกับวง T-Pop วงหนึ่งของเมืองไทย รู้สึกฟูลฟิลมากๆ ครับ ได้ร้องเพลง มีคนฟังเยอะๆ ได้เป็นตัวของตัวเองบนเวทีสยาม ผมนั่งรถไฟออกจากเชียงใหม่ พอถึงสยามเห็นคนรอเต็มไปหมดเลย แม้เขาจะมารอวงนั้น แต่เขาเทคแคร์เราดี เราเลยรู้สึกว่าที่นี่ควรจะเป็นที่ของเราจริงๆ”
เวลาหมุนไปความสุขในการวิ่งตามฝันก็เลือนหายไปพร้อมกัน ฝันที่เห็นตัวเองเป็น “ศิลปิน” ในวันนี้กลับห่างไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง “ความฝันมันมีระยะเวลาครับ ความฝันในการร้องเพลงมันก็ต้องใช้งบประมาณเยอะมากๆ ” มอสยอมจำนน เขานั่งนิ่งชั่วครู่ก่อนสารภาพถึงความหวังหนึ่งเดียวที่เขากอดไว้แน่นในตอนนี้ ความหวังที่รอคอยการเติมเต็มบางอย่างที่ขาดหายไป
“พอเราโตขึ้นก็ต้องแบ่งเวลาระหว่างไปทำงานจริงๆ กับเวลาที่เป็นความฝันที่อาจจะต้องหยุดไว้ พี่สาวของมอสแยกไปทำงานต่างประเทศ พ่อก็อยู่ตัวคนเดียวที่บ้าน ความฝันของมอสตอนนี้คือการได้เข้าบ้าน AF แล้วอาจจะมีชาเลนจ์บางอย่างที่ทำให้เราชนะ แล้วได้รวมคนที่บ้าน พี่สาวกับพ่อได้มาเจอกัน อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาสักวันหนึ่งครับ”
แม้จะร้างเวทีมานาน แต่มอสก็ยังมอบการแสดงสุดประทับใจให้กับทุกคนได้อย่างไร้ที่ติ
ราวกับสวรรค์มีตา สี่โมงเย็นขณะเตรียมเลิกงาน มอสได้ข่าวว่าออดิชั่นขยายออกไป มีเวลาเหลือไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงชายหนุ่มไม่รอช้ารีบบึ่งรถไปยังจุดหมายด้วยใจที่ไวกว่าแสง ยื่นใบสมัครเกือบเป็นคนสุดท้าย ได้ออดิชั่นต่อหน้ากรรมการ และผ่านเข้ารอบ 100 คนสมความตั้งใจ
แม้จะเดินทางมาออดิชั่นด้วยความมุ่งมั่น แต่การห่างจากการจับไมค์ขึ้นเวทีมานานกลับกลายเป็นความรู้สึกกดดันที่โถมเข้ามาจนแทบยืนไม่อยู่ “มอสไม่ได้กดดันเรื่องประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่เพราะเราไม่ได้ร้องเพลงมานานมาก พอมาประกวดอีกครั้งความที่ไม่ได้ทำมานานกลับมากดดันเราแทน ออดิชั่นวันแรกมอสมีความสุขมาก แต่พออีกวัน (รอบเปียโน) ได้เห็นทุกคนที่ซ้อมกันมาเป็นเดือน มอสอยู่เลขสุดท้ายมันเลยรู้สึกเหมือนถูกบีบอัดเรื่อยๆ พอขึ้นเวทีปุ๊บ ระเบิดแล้วหายไปเลย ยืนร้องไห้อยู่บนเวทีเลยครับ”
ความรู้สึกจุกอกที่ถูกยกทิ้งไปหลังได้รับแจ้งว่าผ่านออดิชั่น เขาดีใจเนื้อเต้นรีบซื้อตั๋วรถทัวร์กลับบ้านเพื่อนำข่าวไปบอกพ่อที่อยู่ในอีกอำเภอ โดยไม่รู้ว่าการเดินทางสั้นๆ ในครั้งนั้นจะทำให้เขาต้องนั่งตระหนักถึงความน่าสังเวชของชีวิต
“ผมนั่งรถทัวร์กลับมาแล้วเขาไล่ให้ลงข้างทาง อ้างว่าตั๋วที่ผมซื้อไม่ใช่คันเดียวกัน ทั้งที่มันเป็นตั๋วคันเดียวกัน” มอสกล่าวหน้านิ่ง สัมผัสได้ถึงรู้สึกอัดอั้นที่พร้อมระเบิดออกมา “ผมลงรถยืนอยู่คนเดียวที่ข้างทาง ถามตัวเองว่าชีวิตเราจะอยู่แบบไม่แน่นอนแบบนี้เหรอ แม้วันนั้นผมจะหาทางกลับถึงเชียงใหม่ได้ ก็ยังรู้สึกว่าไม่อยากให้ชีวิตเราไม่แน่นอนแบบนี้อีกแล้ว ถ้าอยากมั่นคงก็อย่ากลับมาจุดนี้ ต้องสู้ต่อไป ถ้าท้อเหรอ ก็ต้องทำทุกอย่างให้ไม่กลับมาอยู่ตรงนี้อีก”
คิดได้ดังนั้นมอสก็กลับมาตั้งใจฝึกซ้อม ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างหนักตามคำแนะนำที่ได้รับ เขาลดน้ำหนักลงไปถึง 10 กิโลกรัมในเวลาไม่ถึงเดือน ทั้งยังตั้งใจว่าจะดูแลตัวเองต่อไปไม่ว่าผลไฟนอลออดิชั่นจะออกมาอย่างหวังหรือไม่ เพราะสุดท้ายผลประโยชน์ของมันก็ตกเป็นของตัวเขาเองทั้งนั้น
“มอสเชื่อว่าทุกคนมีโอกาส อย่าเพิ่งตัดโอกาสตัวเองคิดว่า ‘ฉันไม่ได้หรอก’ ถ้าเรากอดความฝันและความตั้งใจไว้ สุดท้ายคนที่แฮปปี้ที่สุดก็คือตัวเรา เราทำดีที่สุดแล้ว เรามีความสุขแล้ว ทำด้วยใจ ไม่มีใครได้อะไรนอกจากตัวเรา”
บทที่ 4 AF ใบตอง - หัวใจไม่จนตรอก
ใบตองกับสีหน้าไร้กังวล ขณะเข้าร่วมเวิร์คช็อปรอบไฟนอลออดิชั่น
เช้าตรู่วันที่ 3 เมษายน ดวงตะวันสีทองกำลังค่อยๆ สาดแสงพ้นแนวขอบฟ้า พาดผ่านเงาของมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟเก่าๆ คันหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ บนถนนสายเอเชียด้วยความเร่งรีบ
เด็กสาววัย 18 ปีร่างบางคนหนึ่งนั่งซ้อนท้ายแฟนหนุ่มที่กำลังบิดด้วยใจจดจ่อ หอบหิ้วกระเป๋าใส่เอกสารและความฝันมาเต็มเปี่ยมจากพิจิตร เพื่อยื่นสมัครออดิชั่น AF ที่เปิดรับสมัครเป็นรอบสุดท้าย
ใบตอง-ชลิตา ศรีสังข์ สาวน้อยดีกรีช่างกล เป็นอีกคนที่ต้องการท้าทายตัวเอง และใช้เวทีประกวดเพื่อวัดว่าฝีมือการร้องเพลงพัฒนาไปไกลแค่ไหน สาวเสียงดีคนนี้รักในการขับร้องมาตั้งแต่เด็ก ได้มีโอกาสเรียนเปียโนช่วงสั้นๆ กับครูดนตรีไทย และฝึกร้องเพลงลูกทุ่งด้วยตนเองจากคลื่นวิทยุที่คุณย่าชอบเปิดทุกวัน
จนเริ่มมีมือถือของตัวเองก็อาศัยดูยูทูปฝึกฝนเรื่อยมา โดยใช้เสียงเพลงจากศิลปินสายพลังเสียงที่ชื่นชอบ ตั้งแต่ แพท วง Klear, ดา เอ็นโดรฟิน, วี วิโอเลต จนถึงโบกี้ไลอ้อน และเจฟ ซาเตอร์ ที่ใบตองทั้งฝึกฟังและร้องตามทุกคืนจนหลับคาโทรศัพท์ไป เธอเล่าว่าช่วงหนึ่งระหว่างฝึกร้องเพลง “หยดน้ำตา” ด้วยความที่อยากขึ้นไฮโน้ตให้ได้ จึงลองหลายวิธีจนเสียงหายไปถึง 3 เดือน ต้องพักยาวก่อนกลับมาฝึกใหม่จนร้องได้ กลายเป็นความภาคภูมิใจครั้งยิ่งใหญ่ของตัวเอง
ใบตองยืดอกยอมรับว่าไม่เคยรู้จัก AF มาก่อน แม้จะเคยได้ยินผ่านๆ จากคนรอบข้างแต่ก็ยังไม่มีภาพในหัว กระทั่งวันหนึ่งบังเอิญเลื่อนเจอโฆษณาในมือถือ ด้วยความตื่นเต้นจึงออกปากชวนแฟนหนุ่มนักดนตรีที่คบกันมานานกว่า 3 ปี ให้ลองสมัครออดิชั่น “เฮ้ยพี่ ลองไปไหม ได้ไม่ได้ไม่รู้ ลองไป”
เลือดนักสู้เริ่มสูบฉีดอีกครั้ง แต่เมื่อหยิบกระเป๋าเงินมาเปิดดู ฝันหวานของทั้งคู่พลันสลายไปในชั่วพริบตา “ตอนนั้นหนูกับแฟนมีเงินรวมกันแค่พันเดียวเองค่ะ” ใบตองเล่าให้ฟังอย่างเปิดอก “พี่ที่ร้านหมีทองที่ให้โอกาสหนูเล่นดนตรีรู้เข้าก็ช่วยสนับสนุนมาเพิ่ม 2,000 บาท บอกว่าได้ไม่ได้ไม่เป็นไร ถือว่าพี่ช่วยซัพพอร์ต”
อาจจะเป็นเพราะตื่นเต้นหรืออากาศร้อนไม่ทราบได้ หลังจากเช็คอินเข้าโรงแรมในกรุงเทพฯ แล้ว จู่ๆ ใบตองกลับรู้สึกว่าชีวิตนี้ช่างว่างเปล่า จึงชักชวนแฟนหนุ่มบิดมอเตอร์ไซค์หิ้วลำโพงคู่ใจออกไปเปิดหมวกร้องเพลงที่แถวสวนลุมพินี
“ไหนๆ ก็เข้ากรุงมาแล้ว ก็แอบมีความฝันว่าอยากร้องเพลงให้คนในกรุงฟังบ้างค่ะ เคยร้องแต่ต่างจังหวัด ได้เงินหรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่อยากให้เขาได้ยินเสียงเราเท่านั้นเองค่ะ” ใบตองกล่าวอย่างมีความสุข
ออดิชั่นวันแรกผ่านไปอย่างราบรื่น แม้จะแอบหวังแต่ก็ต้องปลอบใจแฟนหนุ่มหลังจากเห็นสีหน้าที่กังวล ทั้งคู่กลับเข้าห้องพักรอคอยเสียงโทรศัพท์อย่างใจจดจ่อ
หนึ่งคืนผ่านไปโทรศัพท์ยังคงเงียบกริบ ใบตองถอดใจเตรียมเช็คเอาท์กลับบ้าน ทันใดนั้นเอง “มันเหมือนกับโชคชะตาฟ้าลิขิตค่ะ เพราะส่วนตัวหนูชอบกินอาหารทะเล หนูเลยบอกว่าแฟนหนูไปว่าอยากกินหอยช็อต เลยพากันขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรื่อยๆ กินลมชมวิวไปถึงบางแสน (หัวเราะ) แต่พอไปถึงร้านเค้าปิด ก็เลยตัดสินใจกันว่าจะขี่ย้อนกลับกรุงเทพฯ แล้วยิงยาวไปพิจิตรเลย”
ใบตองบนเวที กำลังจดจ่อกับการขับร้องเพลง Titanium ที่แกะคำร้องมาด้วยตนเอง
แผนการของทั้งคู่สะดุดลงอีกครั้ง เมื่อรถมอเตอร์ไซค์เจ้ากรรมดันเครื่องดับกลางดึกระหว่างกลับเข้ากรุงเทพฯ ทั้งคู่พยายามแก้ไขปัญหาอยู่นานจนถอดใจ ระหว่างนั้นเองปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ทีมงาน AF โทรไปแจ้งข่าวดีว่าเธอผ่านออดิชั่นรอบคัดเลือกแล้ว ใบตองดีใจมากรีบวิ่งไปกอดแฟนร้องไห้โฮจนคนผ่านไปผ่านมาตกใจ รวมถึงช่างซ่อมรถคนหนึ่งที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ จึงอาสาซ่อมรถให้ทั้งคู่ฟรี แลกกับเสียงเพลงเพราะๆ จากสาวน้อยหนึ่งเพลง
วันรุ่งขึ้นระหว่างออดิชั่นรอบเปียโนแม้ข้างในจะตื่นเต้นแต่ใบตองก็เก็บอาการอยู่ เธอฮึดสู้จน มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง หนึ่งในคณะกรรมการต้องออกปากชม “พี่มายบอกว่าชอบที่หนูเป็นคนตรงๆ ซื่อสัตย์กับตัวเอง เขาถามว่าหนูคิดว่าตัวเองสวยไหม พอหนูตอบไปว่า ‘ก็คิดว่าสวยค่ะ’ คนในฮอลล์ก็ฮือฮากันนิดนึง (หัวเราะ) หนูเลยเอ๊ะ! เราไม่สวยเหรอ (หัวเราะ) หลังจากพี่เค้าบอกว่าเลือกเราแล้ว เดินออกมาน้ำตาซึม กระโดดกอดแฟนเลย”
เมื่อกลับถึงพิจิตรรอยยิ้มที่เคยสดใสต้องหายไปอีกครั้ง ใบตองได้รับข่าวร้ายว่างานร้องเพลงถูกระงับไม่มีกำหนด รายได้หลักที่เธอจะนำมาใช้ทำตามฝันหายวับไปกับตา เจ้าของร้านหมีทองรู้เข้าจึงเสนอไอเดียให้ระดมทุนเพื่อส่งเธอมาร่วมไฟนอลออดิชั่น โดยยื่นข้อแม้ว่าใบตองจะต้องเก็บตัว ดูแลสุขภาพเสียงของตัวเองให้ดี
ซึ่งใบตองก็ทำตามอย่างเคร่งครัดจนได้เดินทางมาเข้าร่วมเวิร์คช็อปและโชว์เพลง Titanium บนเวทีไฟนอลออดิชั่นได้อย่างทรงพลัง เธอสารภาพว่าหากปาฏิหาริย์มีจริง อยากย้อนเวลาให้แฟนหนุ่มลงสมัครและเข้าร่วมทุกคลาสของเวิร์คช็อปด้วยกัน เพราะความฝันหนึ่งเดียวของทั้งคู่คือการได้ยืนบนเวทีเคียงข้างกัน และเขาคือลมใต้ปีกหนึ่งเดียวที่คอยพยุงให้เธอได้มาเจอประสบการณ์อันยอดเยี่ยมในวันนี้
“หนูต้องขอบคุณพี่เต พี่ออย กับพี่ปรางค์จากร้านหมีทอง พี่ช่างซ่อมรถคืนนั้น และคนทั้งจังหวัดพิจิตรที่ช่วยสนับสนุนหนูค่ะ” ใบตองกล่าวด้วยความตื้นตันใจ ก่อนทิ้งท้ายว่า “หน้าตาหนูอาจจะสู้คนอื่นไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่หนูสู้คนอื่นได้คือใจหนู เพราะหนูไม่เคยยอมแพ้อะไรเลย”
อยากให้เราเปิดบันทึกนักล่าฝันคนไหน ฝากคอมเมนต์ที่เฟซบุ๊ก TrueVisions หรือ TrueAF Thailand ได้เลยตอนนี้! อย่าลืมติดตามว่าครั้งหน้าจะเป็นคิวของใคร ติดตามที่เว็บไซต์ truevisions.co.th/Showtime
ห้ามพลาด! ส่งกำลังใจเชียร์นักล่าฝันทั้ง 98 คน พร้อมลุ้นประกาศ 12 นักล่าฝันที่จะได้ไปต่อ ในรายการ “ถ่ายทอดสด การประกาศผล 12 นักล่าฝัน TRUE AF2026” จันทร์ที่ 11 พฤษภาคม เริ่ม 17.00 น. ดูฟรีที่ช่อง AF Reality (334) และที่แอปทรูวิชั่นส์ นาว
Word: Kritin Image: TrueVisions Now / True AF Thailand
อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :
Website : www.truevisions.co.th
Facebook : Truevisions
Twitter : @TrueVisions
Line : @Truevisions
Youtube official : Truevisionsofficial
Instagram : TrueVisions Now