บันทึกนักล่าฝัน True AF 2026 The Series – Chapter 1: Revival

บันทึกนักล่าฝัน True AF 2026 The Series – Chapter 1: Revival
รู้จักไคริว และ มิวสิค ผู้เข้าแข่งขันจาก True AF 2026 กับเรื่องราวนักล่าฝันที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ความล้มเหลว และการเริ่มต้นใหม่ ในบท Revival ภาคแรกของ True AF 2026 The Series

เมื่อถนนที่ต่อสู้มาด้วยหยาดเหงื่อกลับกลายเป็นทางตัน “ไคริว-มิวสิค” สองนักสู้แห่ง True AF 2026 ไม่ขอยอมแพ้ ปาดน้ำตา ยิ้มให้กับบทเรียนชีวิต พร้อมมุ่งหน้าพาตัวเองออกเดินสู่จุดหมายอีกครั้ง

 

บทที่ 1: AF064 ไคริวยอดนักสู้

ไคริวขณะกำลังโชว์ความสามารถบนเวทีออดิชั่น True AF 2026


หลายปีก่อนในหมู่บ้านที่น้อยคนจะรู้จักในจังหวัดมหาสารคาม เด็กน้อยกำลังโตวัย 11 ขวบนั่งดูรายการ AF ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทุกครั้งที่ดูจบคำตอบในใจของเขาก็แจ่มชัดขึ้นว่าชีวิตนี้เกิดมาเพื่ออะไร

 

ไคริว-ภณโภคิน คำมัจฉา หนุ่มมากความสามารถวัย 26 ปี ถูกปลูกความฝันในการเป็นศิลปินตั้งแต่อายุยังน้อย แม้ฐานะทางบ้านจะไม่ค่อยดีนัก แต่พ่อกับแม่กลับเชื่อมั่นให้การสนับสนุนความฝันของลูกชายอย่างเต็มที่

 

“บ้านผมไม่ได้ร่ำรวยครับ พ่อกับแม่ผมค้าขายของเก่าเพื่อส่งผมเรียน” ไคริวย้อนอดีตในวัยเด็กให้ฟัง “แต่ท่านก็ใจสู้มากนะครับ ส่งผมเรียนจนจบศิลปะการแสดงที่ ม. กรุงเทพ พ่อกับแม่พูดว่า ‘ไปเลยลูก สู้เต็มที่ ถ้าลูกสู้ แม่ก็สู้’ อะไรประมาณนี้ครับ ผมก็ดันตัวเองจนเรียบจบมาได้ ระหว่างนั้นก็พยายามพัฒนาฝึกฝนตัวเองทุกอย่างให้มีความสามารถในการเป็นได้รอบด้าน เพราะฝันของผมหนึ่งเดียวเลยคือการเป็นศิลปินเท่านั้นครับ”

 

หลังจากปักหมุดหมายไว้อย่างมั่นคงแล้ว เด็กหนุ่มเริ่มต้นฝึกฝนตนเองด้วยวิธีครูพักลักจำจากการดู YouTube โดยหวังว่าสักวันหนึ่งจะมีโอกาสได้แสดงบนเวที AF อันยิ่งใหญ่แห่งนี้

 

แต่เมื่อวันที่เขารู้สึกพร้อมมาถึง ประตูแห่งโอกาสบานนั้นกลับปิดลงอย่างน่าเสียดาย ไคริวเลือกเบนเข็มไปออดิชั่นตำแหน่งแดนเซอร์ชายให้กับค่ายผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ค่ายเพลงหมอลำชื่อดัง โดยแอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าสักวันจะได้ร้องเพลงโชว์พลังเสียงให้กับบอสใหญ่ บิ๊ก-ธิติวุฒิ วารุณ เจ้าของค่ายได้ฟัง

 

ไม่นานเกินรอเจ้าของค่ายก็มองเห็นศักยภาพและหยิบยื่นโอกาสให้ไคริวได้ก้าวขึ้นเป็นศิลปินค่ายโตเกียวมิวสิค ค่ายใหม่ในเครือ ไคริวได้สัมผัสกับคำว่า 'ศิลปิน' สมความตั้งใจเป็นครั้งแรก เขาได้จับไมค์ร้องเพลงอย่างมีความสุขควบคู่กับการเป็นแดนเซอร์หลักของวงไปตลอดการเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศ


ฝันของผมหนึ่งเดียวคือการเป็นศิลปินเท่านั้น - ไคริว

 

"ความฝันของผมหนึ่งเดียวเลยคือการเป็นศิลปินเท่านั้นเลยครับ ไม่ได้มีอย่างอื่นเป็นแผนสำรอง" ไคริวยิ้มหวาน แววตามุ่งมั่นชัดเจน "การเป็นศิลปินคือเป้าหมายสูงสุดของผม ผมไม่ได้มองว่าการเป็นศิลปินเป็นแค่ความฝัน แต่ผมมองว่ามันจะเป็นอาชีพในอนาคตด้วย"

 

เวลาผ่านไป มุมมองและทัศนคติของไคริวเติบโตขึ้นตามประสบการณ์ เขาเลือกก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซน พร้อมเต็มที่ในการรีเซ็ตตัวเองใหม่อีกครั้ง ด้วยการลงสมัครออดิชั่น True AF 2026 ซึ่งเป็นความฝันแรกและความฝันเดียวที่ต้องการไขว่คว้ามาตลอด

 

"ผมมาที่นี่ ผมไม่ได้มองว่าตัวเองมีอะไรมากกว่าคนอื่น ผมรีเซ็ตตัวเองเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่มาแข่งที่นี่ มันอาจเป็นความโชคดีของผมที่ได้มีโอกาสฝึกฝนประสบการณ์มาจากค่ายเดิม ก็ต้องขอบคุณมากสำหรับประสบการณ์มากมายจากตรงนั้น” ไคริวยิ้ม พลังอันแน่วแน่สื่อออกมาจากแววตา

 

"แต่สำหรับครั้งนี้ เป็นการมาออดิชั่น AF เป็นครั้งแรก ผมได้สัมผัสกับบรรยากาศของทุกคนที่มีความฝัน มีความมุ่งมั่น มีความหวังที่อยากจะเป็น 12 คนสุดท้าย อยากจะเป็นศิลปิน ผมว่าผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นนะ แต่กลับรู้สึกว่าได้รับมวลพลังของคนที่มีความฝันด้วยกันมาเติมเต็มตัวผมด้วย” ไคริวกล่าว

 

"เพราะผมรู้สึกว่าทั้งชีวิตผมเป็นคนที่ซื่อสัตย์และจริงใจกับความฝันของตัวเองมาตลอด ไม่เคยทิ้งความฝันของตัวเองในการเป็นศิลปินแม้แต่ครั้งเดียว ระหว่างทางอาจมีผิดหวังบ้าง ล้มบ้าง เสียใจบ้าง แต่มันก็เป็นเรื่องปกติครับ มันคือประสบการณ์ของเราที่หากในวันข้างหน้าเราได้เป็นศิลปินที่ทุกคนรู้จัก มันจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นอีกด้วยครับ”

 



บทที่ 2: AF012 เอ็นจอย เดอะ มิวสิค

มิวสิค สาวน้อยมหัศจรรย์ขณะโชว์เสียงทรงพลัง

เมื่อ 20 ปีก่อน เด็กหญิงตัวจ้อยวัย 5 ขวบคนหนึ่งนั่งจ้องโทรทัศน์ตาไม่กระพริบในบ้านหลังหนึ่งกลางเมืองเชียงใหม่ ภาพที่เคลื่อนไหวในจอสี่เหลี่ยมนั้นหาใช่การ์ตูน และไม่ใช่รายการสำหรับเด็กทั่วไป หากแต่เป็นรายการ AF ปีที่ 3 ที่แม่ของเธอเปิดทิ้งไว้เพื่อติดตามเชียร์ ตุ้ย-เกียรติกมล ล่าทา ผู้เข้าแข่งขัน AF3 คนโปรด

 

แม้จะยังไม่ประสีประสา แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วมีโอกาสได้ย้อนกลับไปดูมันอีกครั้ง มิวสิค-จิดาภา คงธนภักดี ในวัย 24 ปี ยอมรับว่า AF คือเวทีที่ทำให้เธอรู้สึกแตกต่างจากเวทีอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง อีกทั้งรุ่นพี่ AF ปีก่อนหน้า ทั้ง อ๊อฟ-ปองศักดิ์ AF1, ปุยฝ้าย AF4, ลูกโป่ง AF4 และ ซานิ AF6 ต่างโชว์ฝีมือในการร้องและแสดงบนเวทีจนเธอตื่นตะลึง

 

“หนูรู้สึกว่าทุกคนเก่งมากและอยากเป็นแบบพี่ๆ เขาค่ะ” มิวสิคเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วเต็มไปด้วยความสุข “มิวรู้สึกว่า AF ไม่เหมือนรายการอื่นๆ มันมีความยูนีคตรงที่เราต้องไปอยู่กับเพื่อนๆ ทั้ง 12 คน ประมาณ 2-3 เดือน แล้วเราจะได้เรียนร้อง เรียนเต้น โดยที่เราต้อง Social Detox ด้วย จะไม่ได้รับข่าวสารจากโลกภายนอกเลย รู้สึกว่ามันเก๋ดี น่าลอง น่าสนุกดีค่ะ”

 

เมื่อประกายไฟแห่งความฝันลุกโชติช่วงขึ้นมา คุณพ่อกับคุณแม่ที่เห็นแววศิลปินในตัวลูกสาวก็ไม่ลังเลที่จะสนับสนุนลูกสาวคนเก่งอย่างเต็มที่ ทั้งส่งเรียนร้องเรียนเต้น และพาเดินสายประกวดตามเวทีต่างๆ จนสามารถคว้ารางวัลเกียรติยศ ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ ในการแข่งขันร้องเพลงแบบกลุ่ม หลังจากนั้นจึงได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินกลุ่มไอดอล Sweat16 (สเว็ตซิกซ์ทีน) และได้เล่นละครเวทีมิวสิคัลชื่อดังมากมาย แต่สุดท้ายมิวสิคและเพื่อนในวงก็ต้องแยกย้ายหลังจบสัญญา

 

กระทั่งได้ยินข่าวว่า AF เตรียมกลับมาเปิดบ้านต้อนรับอีกครั้ง สาวน้อยมิวสิคถึงกับเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่ไหว ยกหูถามค่ายเพลงที่ยังอยู่ในสัญญาทันที "พี่คะ ขอไปได้ไหมคะ อยากไปมาก แล้วพี่เขาก็บอกว่า ‘ไม่ได้นะ เรามีสัญญาอยู่’ แต่พอเปิดปีมาปุ๊บ เขาก็เลยบอกว่า ‘เดี๋ยวยกเลิกสัญญาให้ แล้วไป AF เลย ถ้าอยากไปมากๆ’”

 

มิวสิคแอบเม้าท์แม่ให้ฟังว่าคุณแม่ของเธอนั้นตื่นเต้นไม่แพ้ลูกสาว พอเห็นว่า AF เปิดรับสมัครก็จัดการให้เสร็จสรรพ เพื่อเธอจะได้เตรียมตัวได้อย่างเต็มที่ แม้จะเคยผ่านการประกวดมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่สาวน้อยคนนี้ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อต้องกลับมาจับไมค์แข่งขันอีกครั้ง

 

“ตื่นเต้นมากค่ะ รู้สึกว่าภาคเหนือตื่นเต้นกว่ารอบ Final ออดิชันอีก เพราะมิวห่างหายจากการประกวดไปเป็น 10 ปีเลย เหมือนมาเริ่มต้นใหม่ ความกดดันมันเลยมากขึ้น ตัวสั่นเลยค่ะ” มิวสิคเล่าไปขำไป “จริงๆ มีหลายรายการติดต่อมานะคะ แต่รู้สึกว่ายังไม่ค่อยเข้ากับมิว มิวชอบร้องเพลงแต่ก็ชอบการแสดง การถ่ายแบบด้วย มิวชอบเอนเตอร์เทน ชอบส่งพลังงานดีๆ ให้คนดูค่ะ”


ความน่ารักสดใสของมิวสิคท่ามกลางเพื่อนๆ ที่มาร่วมออดิชั่น

 

ความสามารถอันล้นเหลือของสาวเชียงใหม่คนนี้ทำให้เธอผ่านเข้าสู่รอบไฟนอล ออดิชั่นมาอย่างไม่ลำบาก แถมความน่ารักเป็นธรรมชาติยังทำให้มิวสิคได้รับความเอ็นดูอย่างมากมาย ทั้งจากเพื่อนใหม่ที่มาเจอกันในวันเวิร์คช็อป ไปจนถึงทีมงานและครูสอนในคลาสต่างๆ 

 

สาวเสียงดีคนนี้ยอมรับว่าชอบทุกคลาสที่ทาง True AF เลือกมาฝึก เพราะนอกจากได้ความสนุกและท้าทายแล้ว ยังสอนให้รู้จักวิธีครีเอตโชว์ ใส่ความเป็นตัวเองลงไป

 

หากให้เลือกคลาสที่ชอบที่สุดในการเวิร์คช็อป มิวสิคหัวเราะร่าบอกว่าเลือกไม่ได้ แต่หากเป็นขนมที่เสิร์ฟแบบไม่พักล่ะก็ เธอขอสู้ตาย “ชอบที่สุดคือสปอนเซอร์ขนมค่ะ (หัวเราะ) พี่สต๊าฟถึงกับแซวว่า ‘น้องมิวสิค ดัชมิลล์ 3 กล่อง’ คือมิวชอบมาก เอ็นจอยสุดๆ”

 

อีกหนึ่งทัศนคติที่น่าชื่นชมคือการมองหาข้อบกพร่องและหมั่นปรับปรุงอยู่เสมอ ซึ่งมิวสิคได้กล่าวขอบคุณสายตาอันแหลมคมของคุณแม่ที่คอยติดตามดูโชว์และฟีดแบ็กอยู่เสมอ รวมทั้งกำลังใจจากแฟนคลับทั้งเก่าใหม่ และเพื่อนๆ AF รุ่นเดียวกันที่ส่งมาพลังบวกมาให้เธอไม่ขาดสาย


 “เมื่อก่อนมิวคาดหวังมาก แต่พอมาเจอเพื่อนๆ แล้ว มิวรู้สึกว่าได้หรือไม่ได้ไม่เป็นไร ถ้าได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้เราก็ได้มิตรภาพและมีคนเห็นคุณค่าในตัวเรามากขึ้น ยังไงก็บวกอยู่ดีค่ะ ตอนนี้ให้กรรมการหนักใจไปก่อน (หัวเราะ) เพราะเพื่อนๆ ทุกคนเก่งมากจริงๆ ค่ะ”



 

อยากให้เราเปิดบันทึกนักล่าฝันคนไหน ฝากคอมเมนต์ที่เฟซบุ๊ก TrueVisions หรือ TrueAF Thailand ได้เลยตอนนี้! อย่าลืมติดตามว่าครั้งหน้าจะเป็นคิวของใคร ติดตามที่เว็บไซต์ truevisions.co.th/Showtime

 

ห้ามพลาด! ส่งกำลังใจเชียร์นักล่าฝันทั้ง 98 คน พร้อมลุ้นประกาศ 12 นักล่าฝันที่จะได้ไปต่อ ในรายการ “ถ่ายทอดสด การประกาศผล 12 นักล่าฝัน TRUE AF2026” จันทร์ที่ 11 พฤษภาคม เริ่ม 17.00 น. ดูฟรีที่ช่อง AF Reality (334) และที่แอปทรูวิชั่นส์ นาว

 

 

Word: Kritin Image: TrueVisions Now / True AF Thailand

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :

Website :

Facebook :

Twitter :

Line :

Youtube official :

Instagram :