“คิมี่” คว้าแชมป์ “ฟอร์มูล่า วัน” ครั้งแรกในอาชีพนักขับ ส่วน “แฮมิลตัน” กลับมาแล้ว ขึ้นโพเดี้ยมแรกกับ “เฟอร์รารี่”
คิมี่ อันโตเนลลี่ ฟอร์มูล่า วัน ไชนีส กรังด์ปรีซ์ เมื่อ 15 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นแชมป์ครั้งแรกในอาชีพนักขับ ตามด้วยเพื่อนร่วมทีม เมอร์ซิเดส จอร์จ รัสเซลล์ และ ลูอิส แฮมิลตัน ที่คว้าโพเดี้ยมครั้งแรกกับ เฟอร์รารี่ หลังจากปีแรกอันว่างเปล่า
ก่อนเริ่มการแข่งขัน อเล็กซ์ อัลบอน นักขับไทยทีม วิลเลี่ยมส์ ขออกสตาร์ทจากพิตเลนแต่สุดท้ายไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน เช่นเดียวกับ แกเบรียล บอร์โตเลโต้ จากทีมออดี้ และแม็คลาเรน ไม่สามารถนำรถออกจากอู่ได้ จอดนิ่งทั้งสองคัน ทำให้รถหายไปจากกริดถึง 4 คัน
เริ่มรอบแรกจาก 56 รอบสนาม เซี่ยงไฮ้ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เฟอร์รารี่ ออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยม แซงขึ้นมาเกือบได้ตำแหน่ง 1-2 แต่ คิมี่ อันโตเนลลี่ ไม่ยอมง่าย ลูอิส แฮมิลตัน ขึ้นนำ สอดแทรกด้วย อันโตเนลลี่ ตามด้วย ชาร์ลส์ เลอแกลร์ และ จอร์จ รัสเซลล์ แต่รอบถัดไป เมอร์ซิเดส ขยับแซง สลับตำแหน่งกัน
ขณะที่ ไอแซ็ค ฮัดจาร์ เฉี่ยวชนกับ โอลิเวอร์ แบร์แมน จนหลุดออกนอกสนาม ฮัดจาร์กลับเข้ามา และเข้าพิต ทั้งที่ออกสตาร์ทได้ดี แต่ร่วงไปรั้งท้าย อีกคันจาก เร้ดบูลล์ เรซิ่ง คือ แม็กซ์ เวอร์สเตปเปน ที่ออกตัวไม่ดีอีกครั้ง หล่นไปอันดับ 13 แต่ก็ค่อยขยับตำแหน่งขึ้นมาทีละน้อย
รอบที่ 4 ในที่สุด เมอร์ซิเดส ก็ขยับขึ้นมานำทั้งสองคัน อันโตเนลลี่ อยู่หน้า รัสเซลล์ ตามด้วย เฟอร์รารี่ แฮมิลตัน และ เลอแกลร์ จากนั้นรอบที่ 10 มีรถหยุดที่ทางโค้งขอบแทร็ค แลนซ์ สโตรลล์ ออกจากการแข่งขัน และมีธงเหลือง ทำให้ท็อป 4 รีบอาศัยจังหวะเข้าเปลี่ยนยาง เมื่อการแข่งขันกลับมาปกติ อันโตเนลลี่ ยังนำหน้า
ผ่านไปหนึ่งในสามของการแข่งขัน เมอร์ซิเดส และ เฟอร์รารี่ ยังอยู่ 4 อันดับแรก โดย รัสเซลล์ มาในอันดับ 4 และยังมองหาโอกาสที่จะขยับตำแหน่ง ขณะที่ เวอร์สเตปเปน มาในอันดับ 8 ตามหลัง ฮาส เอสเตบัน โอคอน และ โอลิเวอร์ แบร์แมน จนขึ้นมาอันดับ 6 เมื่อผ่านครึ่งทาง
ขณะที่ เฟอร์รารี่ ต่อสู้กันเองอย่างดุเดือด เลอแกลร์ แซง แฮมิลตัน ขึ้นมาอันดับ เป็นอันดับ 2 การแย่งอันดับกันเองส่งผลเรื่องประจุไฟฟ้าทำให้ รัสเซลล์ ที่ซุ่มรออยู่ข้างหลังแซง แฮมิลตัน ขึ้นอันดับ 3 และไล่มาพยายามหาช่องแซง เลอแกลร์ ต่อ และความพยายามมาสำเร็จในรอบที่ 32 จากนั้นอีกสามรอบ เฟอร์นานโด อลอนโซ่ ออกจากการแข่งขัน ทำให้ในสนามนี้ แอสตัน มาร์ติน ยังเก็บคะแนนไม่ได้
รอบที่ 36 แฮมิลตัน รายงานว่ามีปัญหาในการเข้าโค้ง รู้สึกว่าเครื่องไม่มีกำลัง แต่แวบเดียวก็เร่งแซง เลอแกลร์ ขึ้นอันดับ 3 อีกครั้ง และต่อสู้กันอีกหลายรอบ แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เหลืออีกไม่ถึง 10 รอบสุดท้าย เร้ดบูลล์ เรซิ่ง สั่งให้ เวอร์สเตปเปน พารถเข้าจอดเพราะปัญหาทางเทคนิค และเสียงเครื่องยนต์เริ่มฟังแปลกจึงต้องพารถเข้าจอดในพิต ไม่ได้คะแนนในสนามนี้ ขณะที่ ฮัดจาร์ ยังขับต่อไป และจบลงในอันดับ 8 เก็บคะแนนได้ ขณะที่ วิลเลี่ยมส์ เก็บแต้มแรกจาก คาร์ลอส ไซนซ์ ในอันดับ 9
สามรอบสุดท้าย อันโตเนลลี่ เบรกล้อล็อกที่โค้ง 14 แต่ รัสเซลล์ ตามหลัง 9 วินาที ทำให้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ช่องว่างลดลงมา เหลือประมาณ 8 วินาที และยังเข้าสู่รอบสุดท้ายในฐานะผู้นำ ก่อนเข้าเส้นชัย คว้าแชมป์เป็นครั้งแรก
สนามถัดไป ฟอร์มูล่า วัน เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ วันที่ 27-29 มีนาคมนี้ ถ่ายทอดสดผ่านแอพพลิเคชั่น ทรูวิชั่นส์ นาว ช่อง บีอินสปอร์ตส์ 1 (617)
ภาพถ่ายทอด
อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :
Website : www.truevisions.co.th
Facebook : Truevisions
Twitter : @TrueVisions
Line : @Truevisions
Youtube official : Truevisionsofficial
Instagram : TrueVisions Now