WAGC และระบบระดับสากล เปรีบเทียบกับรายการเมเจอร์

 WAGC และระบบระดับสากล เปรีบเทียบกับรายการเมเจอร์
“WAGC” มีระบบการแข่งขันอันเป็นสากล หากเปรียบเทียบกับรายการเมเจอร์อย่าง “US OPEN” หรือ “THE OPEN” ก็จะพบความเหมือนคล้าย ที่ปิดท้ายด้วยความยิ่งใหญ่เช่นกัน



รายการ WAGC คือทัวร์นาเมนต์กอล์ฟสมัครเล่นที่ยิ่งใหญ่และได้รับการยอมรับในระดับสากล การแข่งขันถูกจัดวางโครงสร้างอย่างเป็นระบบโดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลักที่ชัดเจน เริ่มต้นจากการแข่งขันรอบคัดเลือกทั่วประเทศเพื่อเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟได้สะสมคะแนน ตามด้วยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับชาติเพื่อเฟ้นหาตัวแทนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแต่ละรุ่น และระดับสูงสุดคือรอบ "เวิลด์ไฟนอลซึ่งเป็นสนามแห่งเกียรติยศที่มอบประสบการณ์อันล้ำค่า นั่นคือการได้สวมเสื้อทีมชาติเพื่อลงแข่งขันกับนักกอล์ฟฝีมือดีจากนานาประเทศทั่วโลก

ภายใต้บรรยากาศการแข่งขันที่มีมาตรฐานเข้มข้นและสง่างามเทียบเท่ากับระดับนักกอล์ฟอาชีพ


ในส่วนของการคัดเลือกผู้เล่นเข้าสู่รายการเมเจอร์ที่ยิ่งใหญ่อย่าง US OPEN นั้นมีความเข้มงวดอย่างยิ่ง สมาคมกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกาหรือยูเอสจีเอจะเปิดรับสมัครนักกอล์ฟที่ต้องการพิสูจน์ฝีมือจากทั่วโลก โดยมีเงื่อนไขสำคัญสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นคือต้องมีค่าดัชนีแฮนดิแคปไม่เกิน 0.4 เท่านั้น กระบวนการเริ่มต้นจากการแข่งขันรอบคัดเลือกระดับท้องถิ่นที่มีสนามแข่งขันกระจายอยู่มากกว่า 100 แห่ง


รัฐที่มีความหนาแน่นของผู้เข้าแข่งขันมากที่สุดและมีการแย่งชิงสูงคือรัฐฟลอริดาและรัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดจะต้องผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือกระดับสุดท้ายเพื่อตัดสินเพียงไม่กี่ตำแหน่งจุดที่ถือว่ามีความหนาแน่นของนักกอล์ฟฝีมือดีมากที่สุดคือรอบคัดเลือกสุดท้ายในรัฐโอไฮโอ เนื่องจากเป็นสนามที่รวมตัวเหล่านักกอล์ฟจากพีจีเอทัวร์ที่มาล่าตั๋วใบสุดท้ายหลังจบรายการเมโมเรียลทัวร์นาเมนต์ ซึ่งถือเป็นระบบการคัดกรองที่หนักหน่วงเพื่อให้ได้ผู้ที่แกร่งที่สุดเข้าไปยืนในสนามแข่งขันจริง


สำหรับการแข่งขันเมเจอร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง The OPEN ก็มีระบบการคัดเลือกที่ทรงเกียรติไม่แพ้กัน องค์กรระดับโลกอย่าง ดิ อาร์ แอนด์ เอ กำหนดมาตรฐานสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นไว้ที่แฮนดิแคป 0.4 เช่นเดียวกัน เส้นทางสู่สนามแข่งขันเริ่มต้นจากการแข่งขันรอบคัดเลือกในระดับภูมิภาคเพื่อคัดกรองนักกอล์ฟในขั้นต้น ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่รอบคัดเลือกสุดท้ายซึ่งจะจัดขึ้นในสนามที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพียง 4 แห่งในสหราชอาณาจักร พื้นที่ที่มีความหนาแน่นและมีการขับเคี่ยวกันรุนแรงที่สุดคือสนามในแถบสกอตแลนด์และอังกฤษตอนเหนือ สนามอย่าง รอยัล ซิงก์ พอร์ตส หรือ เวสต์ แลนคาเชียร์ มักจะเป็นจุดที่มีผู้สมัครเข้าแข่งขันเต็มโควตาอย่างรวดเร็ว ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเฟ้นหานักกอล์ฟที่มีทักษะและสภาพจิตใจที่พร้อมสำหรับการดวลวงสวิงระดับโลก เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนที่ได้ก้าวเข้าสู่รายการ The OPEN คือนักกอล์ฟระดับแนวหน้าของโลกอย่างแท้จริง


เมื่อนำกระบวนการคัดเลือกของทั้ง รายการมาเปรียบเทียบกันจะพบว่ามีความคล้ายคลึงกันในเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน


ทั้ง WAGC US OPEN และ The OPEN ต่างให้ความสำคัญกับระบบการคัดกรองแบบหลายระดับเพื่อความยุติธรรม จุดที่สำคัญของรายการเมเจอร์คือความยากของสนามและการเฟ้นหาขีดสุดของความสามารถมนุษย์ ในขณะที่ประเด็นสำคัญของ WAGC คือการนำมาตรฐานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นมามอบให้แก่นักกอล์ฟสมัครเล่นทุกคน


WAGC ใช้ระบบแฮนดิแคปสากลมาสร้างพื้นที่ให้นักกอล์ฟทุกระดับฝีมือได้สัมผัสความรู้สึกแบบเดียวกับรายการเมเจอร์ การแข่งขัน 72 หลุมในรอบสุดท้ายของ WAGC จึงเป็นบททดสอบความอดทนที่ถอดแบบมาจากรายการระดับโลก เพื่อให้เหล่านักกอล์ฟสมัครเล่นได้พิสูจน์ว่าพวกเขาก็สามารถทำผลงานที่ยิ่งใหญ่ในนามทีมชาติได้เช่นกัน

Getty

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :

Website :

Facebook :

Twitter :

Line :

Youtube official :

Instagram :