จากแรงกดดันสู่สายสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง – เดวิด จวง ผู้กำกับอัจฉริยะพาเราสำรวจความเทาในโลกมนุษย์ ผ่าน The Truth Within
ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เจาะลึกสู่เปลือกโลกและหุบเหวใต้ทะเลเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับมนุษยชาติ เดวิด จวง ผู้กำกับชาวไต้หวันวัย 43 ปี เจ้าของรางวัลระฆังทองคำ กลับเลือกวิธีการที่แตกต่าง เขาปอกเปลือกนอกอันบางเบาที่ห่อหุ้มแก่นแท้ของมนุษย์ เพื่อค้นหาความจริงแท้ที่โลดแล่นอยู่ในความว่างเปล่าภายในที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
หน้าตาอันนิ่งขรึมของแม่ทัพใหญ่แห่งซีรีส์ระทึกขวัญเชิงจิตวิทยา The Truth Within คลายปริศนาคดีพิศวง ที่อยู่ภายใต้เงาของหมวกแก๊ปใบโปรด มักชวนให้ผู้คนสงสัยว่าเขากำลังคิดอะไรในใจ อาจกำลังจำลองแบบคดีฆาตกรรมใหม่ๆ อาจขมวดปมชีวิตให้กับตัวละคร หรืออาจกำลังจ้องดูความเสื่อมทรามทางศีลธรรมในสังคม ทันทีที่เราเริ่มสนทนากันชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมคนนี้ก็กลับกลายเป็นอีกคน ความเป็นนักปราชญ์ฉายแววออกมาเด่นชัด ทั้งยังเปี่ยมด้วยความเมตตาและอ่อนน้อมถ่อมตนจนเราอดสงสัยไม่ได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นอย่างไร
เรายังสัมผัสได้ว่าอัจริยะหนุ่มคนนี้เป็นคนที่มีอารมณ์ขันพอตัว อาจเป็นเพราะอิทธิพลของลูกวัยซนสองคนที่ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน ที่เขาถึงกับยอมรับว่า "เวลาแผลงฤทธิ์ขึ้นมา น่ากลัวกว่าทุกอย่างที่เขาสร้างบนจอ" นอกจากนี้เรายังสัมผัสได้ถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อแก่นแท้ของมนุษย์ ที่เขามักหยิบมาใช้เป็นแกนกลางของเรื่องราวอยู่เสมอ
ในบทสัมภาษณ์พิเศษกับทรูวิชั่นส์นี้ ผู้กำกับจวงเปิดเผยถึงแนวคิดและเบื้องหลังกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานเรื่อง The Truth Within ให้เราฟังอย่างหมดเปลือก เพื่อนำทางทุกคนออกเดินทางสำรวจพื้นที่อันลึกลับที่ทับซ้อนกันอยู่ภายในจิตใจของเราเอง และปรับเปลี่ยนมุมมองต่อสังคมรอบตัวให้รอบด้านยิ่งขึ้น
สายสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง: มิตรภาพใต้แรงกดดัน
The Truth Within เป็นการร่วมงานกำกับอีกครั้ง ของเขากับเฉินกวานจง คู่หูหนุ่มไฟแรงที่ร่วมงานกันครั้งแรกจากเรื่อง The Victims’ Game
จวงถูกเรียกตัวเข้ามาสานต่อโปรเจกต์หลังผู้กำกับคนเดิมถอนตัวอย่างกะทันหัน แม้จะรู้จักเฉินกวานจงในฐานะผู้ช่วยผู้กำกับที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของไต้หวัน แต่ซีรีส์เรื่องนี้สำหรับเฉินคือการกำกับเต็มตัวครั้งแรก “ตอนนั้นเรามีเวลาไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ” หนุ่มมาดเท่เล่าให้ฟังพร้อมรอยยิ้ม “ไม่มีเวลามานั่งละลายพฤติกรรมอะไรกันหรอก สิ่งเดียวที่คิดกันตอนนั้นคือ ลุยงาน!”
เมื่อทุกอย่างเร่งรีบ ทั้งรื้อบทใหม่ ปรับโครงสร้างการผลิตทั้งหมด แรงกดดันอันมหาศาลนี้เองที่ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงและความรับผิดชอบของเฉิน ทั้งคู่พัฒนาจังหวะการทำงานไปพร้อมกันจนกลายเป็นสัญชาตญาณ ไม่ต้องอาศัยคำพูดมากมาย “ความไว้วางใจไม่ได้มาจากการนั่งในห้องประชุม” เขากล่าวเสริม “แต่มาจากการลงมือทำงานด้วยกันต่างหาก”
ความสัมพันธ์นี้ถูกพัฒนาต่อยอดจนแข็งแกร่งที่สุดใน Danger Zone ซีรีส์แอ็กชันที่มีความซับซ้อนและยาวถึง 24 ตอน จวงนิยามความสัมพันธ์นี้ว่าเป็น "ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง" ที่หล่อหลอมภายใต้แรงกดดันมหาศาลและความเสี่ยงที่ต้องแบกรับร่วมกัน จนกลายเป็นโมเดลการทำงานที่ส่งต่อให้กับผู้กำกับรุ่นใหม่ในบริษัท 10 United Films ของเขาในปัจจุบัน
เดวิด จวง (กลาง) กับคู่หูผู้กำกับ เฉินกวานจง (ขวา) ขณะปรึกษาหารือกันในกองถ่าย
ถอดรหัสงานสร้าง: เมื่อมุมมองอยู่เหนือสไตล์ส่วนตัว
งานกำกับ The Truth Within เพิ่มความท้าทายขึ้นอีกขั้น เมื่อได้หลี่จินรุ่ย (Sword Rose) มานั่งเก้าอี้ผู้กำกับเป็นคนที่สาม ผู้กำกับจวงต้องปรับจูนมุมมองของทุกคนให้ตรงกัน เพื่อให้ได้ภาษาภาพและจังหวะที่สอดคล้อง
“เพราะเมื่อมุมมองชัดเจน ทุกคนทุกแผนกจะรู้ว่าตัวเองต้องยืนอยู่ตรงไหน ความชัดเจนนั้นช่วยให้โครงสร้างมั่นคงพอที่จะรองรับเสียงที่หลากหลายโดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์”
การทำงานกับเฉินกวานจงนั้นแค่มองตาก็รู้ใจ เขาจึงหันไปให้เวลากับผู้กำกับหลี่มากกว่าเดิมเพื่อปูรากฐานโครงสร้างให้แข็งแกร่ง “ไม่ใช่เพื่อยัดเยียดสไตล์ แต่เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน”
เมื่อต้องทำงานแข่งกับเวลา การถ่ายทำถูกแบ่งเป็นหลายยูนิตพร้อมกัน เพื่อให้จังหวะการเล่าเรื่องทุกอย่างสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียว ผู้กำกับจวงมอบหมายให้หลิวจื่อหลง ผู้กำกับภาพที่มีวินัยและความแม่นยำสูง มาช่วยดูแลยูนิตหลัก เชิญเอริก เจ้า ผู้กำกับภาพอีกคนที่คุ้นเคยภาษาการทำงานกันตั้งแต่ Danger Zone มาดูแลยูนิตรอง และได้ตู้กวงเหว่ย มือตัดต่อระดับเทพมาช่วยจัดวางโครงสร้างการเล่าเรื่อง เพื่อให้คนดูได้รับแรงกดดันเช่นเดียวกับตัวละคร พร้อมกับมีพื้นที่ในการคิดไปพร้อมกับพวกเขา
จวงเน้นย้ำว่าวิธีนี้ไม่ใช่การก๊อปปี้สไตล์ หากแต่เป็นการรักษาตรรกะภายใน จังหวะอารมณ์ และระยะห่างของกล้องให้งานออกมาเป็นเนื้อเดียวกัน เพราะความต่อเนื่องนั้นสำคัญมากในโครงสร้างกองถ่ายที่มีหลายผู้กำกับ
ไม่ปล่อยผ่านทุกรายละเอียด สองผู้กำกับกำลังคุมเข้มนักแสดง หวังเซวียนกั๋ว (ซ้าย) กับเจียงฉีหลิน (ขวา) ในฉากสืบสวนอันเข้มข้น
กะเทาะแก่นมนุษย์: การลอกเปลือกเพื่อค้นหาความจริง
“The Truth Within สะท้อนวิธีที่ผมมองธรรมชาติของมนุษย์” ผู้กับหนุ่มขยับหมวกเล็กน้อย “ผมไม่เชื่อว่าคนเราจะดีหรือชั่วตั้งแต่เกิด ในแก่นแท้ พฤติกรรมของมนุษย์เราถูกขับเคลื่อนด้วยการอยู่รอด ดังนั้นการลอกชั้นแต่ละคดีออก จึงจะทำให้เราเข้าใจเหตุผลแท้จริงเบื้องหลังการกระทำเหล่านั้นได้”
ซีรีส์เรื่องนี้โฟกัสไปการต่อสู้ภายในใจของฉีซื่อเจ๋อ (รับบทโดยหลัวอวิ๋นซี) เพื่อค้นหาคำตอบที่แท้จริงของการเสียชีวิตของอวี๋เฟย แฟนสาวของเขา จวงอธิบายว่าฉีซื่อเจ๋อไม่อาจไขคดีได้หากเขาไม่เข้าใจตรรกะของฆาตกร “เมื่อเขาเปลือยเปลือกของแต่ละคดีออก เขาจึงจะเข้าใจเหตุผลและแรงจูงใจเบื้องหลังการกระทำนั้น นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด แล้วจึงเริ่มคลี่คลายความรู้สึกผูกพันที่ยังค้างคาภายในใจกับคนรักของเขาได้”
ด้วยเวลาในการเล่าเรื่องที่มีข้อจำกัด การปูภูมิหลังของตัวละครจึงต้องอาศัยการออกแบบรายละเอียดฉากช่วยเสริมให้คนดูเข้าใจตัวละครยิ่งขึ้น เขาได้นำหลักจิตวิทยามาช่วยออกแบบแต่ละฉากที่เกิดเหตุ โดยการดึงเอาร่องรอยต่างๆ ออกมา เช่น สัญลักษณ์ นิสัย จนถึงรูปแบบการใช้ชีวิต แล้วปล่อยให้ฉากหลังทำหน้าที่สะท้อนถึงสภาพจิตใจของฆาตกร
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือถ้ำแมงมุมที่ชวนขนลุก ที่ตัวถ้ำทั้งขนาด ความว่างเปล่า และพื้นผิวอันชื้นแฉะขรุขระ ต่างทำหน้าที่สะท้อนถึงความโดดเดี่ยวและหมกมุ่นของฆาตกร เมื่อคนดูสัมผัสได้ถึงตรรกะทางอารมณ์ พื้นที่ก็กลายเป็นความอึดอัดและน่าวิตก และแปรเปลี่ยนเป็นภูมิทัศน์ทางจิตวิทยา
หรือแม้แต่ฉากที่เขาประทับใจคือตอนเฉินฉู่ฉวน (แสดงโดย หลิวฮวน) กำลังซ่อนตัวอยู่ในห้องโมเต็ลคับแคบและกลืนยาเสพติด “Raw Diamond” ที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ จนเกิดอาการจิตหลอน ผู้กำกับคนเก่งเผยว่าเจอสถานที่แห่งนี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนถ่ายทำ หากว่ากันตามตรงแล้วมันไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะเลย ทั้งคับแคบและแออัด แต่เซนส์ของเขากลับบอกว่านี่แหละคือที่ที่คนหนีความผิดมาซ่อนตัวอยู่จริงๆ เขาจึงตัดสินใจเดินหน้าถ่ายทำ โดยใช้สภาพแวดล้อมเดิมเป็นกระจกสะท้อนสภาพจิตใจของตัวละคร
“การเข้าใจเป็นคนละสิ่งกับการให้อภัย เป้าหมายของผมไม่ใช่การทำให้ความรุนแรงดูโรแมนติก แต่เพื่อสำรวจว่าปัจจัยอะไรที่ส่งให้คนๆ หนึ่งไปถึงจุดนั้นได้” ชายหนุ่มกล่าวอย่างจริงจัง “ในแง่นี้ ความจริงไม่เคยบริสุทธิ์ มันคือสิ่งที่เราเข้าถึงผ่านชั้นของการบิดเบือน”
หลัวอวิ๋นซี นักแสดงหนุ่มกับบทแพทย์นิติเวช ผู้สะกดคนดูเสียอยู่หมัดด้วยสายตาอันบริสุทธิ์และฝีมือการแสดงอันละเอียดอ่อน
จังหวะที่แม่นยำ: พลังแห่งความสงบนิ่งของหลัวอวิ๋นซี
ผู้กำกับหนุ่มคนนี้มีวิธีการคัดเลือกนักแสดงอันแหลมคม สายตาที่สังเกตการณ์ระหว่างการออดิชั่นนั้นมองทะลุเข้าไปถึงแก่นแท้ในตัวของนักแสดงคนนั้น ด้วยวิธีการนี้บทของฉีซื่อเจ๋อ แพทย์นิติเวชผู้เคร่งขรึมที่เก็บกดความรุ่มร้อนอยู่ภายใน จึงเหมาะสมกับหลัวอวิ๋นซีมากที่สุด
“สิ่งที่ฉายแววโดดเด่นออกมาทันทีสำหรับหลัวอวิ๋นซี คือความมีเหตุผลและความสุขุมอันเป็นธรรมชาติของเขา” ผู้กำกับหนุ่มกล่าว “เขาเป็นนักแสดงที่มีจังหวะการแสดงที่แม่นยำ ในขณะเดียวกันก็มีแววตาบริสุทธิ์สดใสที่สามารถสื่ออารมณ์ถึงคนดูได้โดยไม่ต้องเล่นใหญ่รัชดาลัย”
ในโลกของฉีซือเจ๋อนั้นทุกอย่างหมุนรอบวัตถุประสงค์เดียว คือการค้นหาความจริงเบื้องหลังการตายของอวี๋เฟย อารมณ์ของเขาจึงดำดิ่ง ปราศจากความฟุ้งซ่าน หลายครั้งที่จวงต้องตัดสินใจตัดเรื่องราวแง่มุมสดใสในชีวิตของเขาทิ้งไป เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวละครหลุดโฟกัส ขณะเดียวกันก็ทำงานร่วมกับทีมสไตล์ลิ่งเพื่อขัดเกลาภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือจนรู้สึกได้ว่าเขาเป็นแพทย์จริงๆ
“หลัวอวิ๋นซีเป็นคนมีวินัยสูงมากในการควบคุมอารมณ์ให้สงบนิ่ง เขาเข้าใจว่าพลังของบทบาทนี้อยู่ในสิ่งที่ไม่ได้พูด ผู้ชมรับรู้ความตึงเครียดภายในผ่านการเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อน ทั้งสายตา ลมหายใจ ความเงียบ การร่วมงานในครั้งนี้ช่วยเตือนใจผมว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ที่จริงแล้วไม่ต้อง “ปล่อยพลัง” ให้ดูเวอร์เสมอไป บางครั้งการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายที่สุดอาจเกิดขึ้นจากความชัดเจน ความยับยั้งชั่งใจ และความไว้วางใจในตัวผู้ชม”
เดวิด จวง ขณะทำความเข้าใจบทกับนักแสดงในฉากหนึ่งของเรื่อง
สมดุลชีวิตในโลกสีเทา และก้าวใหม่ของการสร้างสรรค์
ผู้กำกับเจ้าของรางวัลคนนี้อาจคลุกคลีกับการเล่าเรื่องราวอาชญากรรมสะเทือนขวัญ หรือความบิดเบี้ยวของกรอบความคิดมานานหลายปี แต่การใช้สมาธิเพ่งมองลึกลงไปในรายละเอียดต่างๆ นั้น แทนที่โลกจะดูมืดลง กับยิ่งทำให้มองเห็นชั้นเชิงได้ชัดเจนขึ้น
“ผมไม่ได้มองโลกว่าขาวล้วนหรือดำทะมึนอย่างสุดโต่ง” ผู้กำกับหนุ่มยิ้มผ่อนคลาย “ส่วนใหญ่บนโลกใบนี้เป็นสีเทา ยิ่งสังเกตมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งพบความละเอียดอ่อนมากขึ้นเท่านั้น”
เขายังเผยว่าลูกทั้งสองคนคือสิ่งสำคัญที่พาเขากลับสู่โลกของความเป็นจริง ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยกับภาระหน้าที่การงาน หรือเผชิญหน้ากับความเร่งรีบวุ่นวายแค่ไหน ซึ่งความแตกต่างนี้เองที่ช่วยให้เขารักษาสมดุลชีวิตไว้ได้
“ผมยังรักโอกาสในการสร้างสรรค์งานอยู่นะครับ มันคือความภาคภูมิใจ เป็นเกียรติเป็นศรี” ผู้กำกับสุดหล่อหัวเราะ “แต่ผมไม่เคยแบกความมืดมนกลับไปบ้าน พอเลิกงานกลับถึงบ้าน ลูกๆ ก็จะรีเซ็ตผมได้ในพริบตา”
ความสำเร็จและรางวัลที่ได้รับมาแม้จะทำให้ใจฟู แต่เขาก็ยังน้อมรับอย่างถ่อมตนว่าเป็นเพราะคนดูที่ชื่นชอบและให้การสนับสนุนตลอดมา “ขอขอบคุณจากใจครับ เราใช้เวลาหลายปีสร้างเรื่องราวเหล่านี้ แต่เมื่อมันออกฉายมันเป็นของทุกคน ขอบคุณที่ให้เวลาและความไว้วางใจกับผลงานของเรา ความรับผิดชอบนั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยมองข้าม"
ก่อนปิดท้ายผู้กำกับอัจฉริยะคนนี้ยังแอบแง้มความลับอย่างตื่นเต้นว่า เขากำลังเตรียมโปรเจกต์ใหม่ที่จะเดินทางมาถ่ายทำบางส่วนในประเทศไทย ซึ่งเขาหวังว่ามันจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนและร่วมมือกันกับผู้กำกับแถวหน้าของบ้านเรา
การเดินทางผ่านคดีความและเขาวงกตแห่งจิตใจใน The Truth Within อาจไม่ใช่การตามหาคำตอบสุดท้ายว่าใครคือฆาตกร หากแต่เป็นการที่แม่ทัพใหญ่อย่างเดวิด จวง ชวนให้เราเผชิญหน้ากับ ‘ความจริง’ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกและการบิดเบือน ท้ายที่สุดแล้ว ผลงานของเขาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงมอบความบันเทิง แต่เป็นกระจกเงาที่สะท้อนให้เราเห็นแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ที่หลบซ่อนอยู่ในใจของเราทุกคนอย่างซื่อตรงที่สุด
3 นักแสดงนำหลักของเรื่อง หลิวหย่าเซ่อ, หลัวอวิ๋นซี และ เจียงฉีหลิน
ห้ามพลาด! ซีรีส์สืบสวนเชิงจิตวิทยาสุดเข้มข้น ที่จะพาทุกคนไปสำรวจแก่นแท้ในจิตใจมนุษย์ สตรีมได้แล้ววันนี้ ทั้งพากย์ไทยและซับไทย ที่แอปทรูวิชั่นส์ นาว สมัครแพ็กเกจ NOW ENT เริ่มต้นเพียง 99 บาทต่อเดือน คลิกที่นี่
*บทความนี้คัดย่อมาจากการสัมภาษณ์คุณเดวิด จวง สามารถอ่านบทสัมภาษณ์ทั้งหมดได้ที่หน้าภาษาอังกฤษ
10 United Films / Youku / TrueVisions
อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :
Website : www.truevisions.co.th
Facebook : Truevisions
Twitter : @TrueVisions
Line : @Truevisions
Youtube official : Truevisionsofficial
Instagram : TrueVisions Now