พรีวิวทีมชาติไทย พบ เวียดนาม นัดชิงฯแชมป์อาเซียน ชมฟรีที่ทรูวิชั่นส์ นาว

พรีวิวทีมชาติไทย พบ เวียดนาม นัดชิงฯแชมป์อาเซียน ชมฟรีที่ทรูวิชั่นส์ นาว
พรีวิวความพร้อมของทีมชาติไทย เปิดบ้านรับการมาเยือน เวียดนาม ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ASEAN HYUNDAI CUP 2026 รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก แข่งขันวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคมนี้ เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทางทรูวิชั่นส์ นาว

พรีวิว-วิเคราะห์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน HYUNDAI CUP 2026

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น. 

ทีมชาติไทย (อันดับ 94 ของโลก) พบ เวียดนาม (อันดับ 99 ของโลก)

สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน

ถ่ายทอดสดฟรี : แอปพลิเคชัน TrueVisions Now ช่อง True BALL THAI 1 / truesports2 (667)


ทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ผ่านเข้าชิงชนะเลิศมาด้วยการเอาชนะสิงคโปร์ สกอร์รวม 2 นัด 3-2 แม้ล่าสุดจะพ่ายคาบ้าน 1-2 แต่ก็ยังเอาตัวรอดมาได้ ส่วนผลงานภาพรวมในทัวร์นาเมนต์นี้หลังผ่านมา 6 นัด เก็บชัยชนะไปได้ 5 นัด แพ้ 1 นัด ยิงได้ 14 ประตู เสีย 3 ประตู เก็บได้ 4 คลีนชีท ซึ่งต้องบอกว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมถ้าดูจากปัจจัยในการเลือกตัวผู้เล่นที่จำกัด แถมยังเป็นช่วงปรีซีซั่นที่นักเตะไม่ได้อยู่ในสภาพความฟิตที่ 100 เปอร์เซ็นต์ 


ภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี่ ฮัดสัน ที่เลือกพักตัวหลักหลายคนในเกมล่าสุดกับสิงคโปร์เพื่อซื้อความสดเอาไว้สำหรับเกมนัดชิงชนะเลิศ แม้ว่าเราจะพ่ายแพ้แต่ก็ถือว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน เพราะฉะนั้นเกมนี้เราจะได้เห็น 11 คนแรกที่ดีที่สุดลงสนาม สิ่งเดียวที่ต้องระวังคือ 3 นักเตะที่มีใบเหลืองติดตัวมาจากรอบที่แล้ว ประกอบไปด้วย สารัช อยู่เย็น, ยศกร บูรพา และ พิชา อุทรา หากเกมนี้พวกเขาโดนเพิ่มก็จะหมดสิทธิ์ลงสนามในเลก2 ที่เราจะต้องเจองานหนักกับการเยือนถิ่นเวียดนาม 

 

โดย แอนโธนี่ ฮัดสัน เผยก่อนเกมนี้ว่าเขาและทีมงานได้ศึกษาแผนการเล่นของเวียดนาม และเตรียมวิธีรับมือมาเป็นอย่างดี พร้อมยอมรับว่าเวียดนามเป็นทีมคุณภาพ แต่ก็เชื่อมั่นในตัวลูกทีมทุกคนว่ามีศักยภาพดีพอที่จะต่อกร 


รายชื่อนักเตะ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนามของทีมชาติไทย (ระบบ 4-4-2)

ผู้รักษาประตู กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล กองหลังวาง วาริส ชูทอง, ณัฐพงษ์ สายริยา, มานูเอล ทอม เบียรห์, อูแซมมา เทียงคาม แดงกลางส่ง เสกสรรค์ ราตรี, สารัช อยู่เย็น, ชัยพล อดทน, คคนะ คำยก กองหน้าส่ง ธีรศักดิ์ เผยพิมาย กับ ยศกร บูรพา ลงล่าตาข่าย


ทางฝั่งทัพ "ดาวทอง" เวียดนาม ภายใต้การคุมทัพของ คิม ซัง ซิก กุนซือชาวเกาหลีใต้ ที่เข้ามารับงานเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2024 ก่อนจะพาทีมติดลมบนด้วยผลงานยังไม่แพ้ใครตลอดการคุมทีม 24 นัด (ชนะ 21 เสมอ 3) ยิงได้ 63 ประตูเสีย 10 ประตู เป็นสถิติใหม่ของวงการฟุตบอลอาเซียนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะผลงานที่ดีที่สุดของชาติในอาเซียนคือทีมชาติไทย ที่เคยไร้พ่าย 21 ติดต่อกัน ในช่วงระหว่างปี 1995-1996


ส่วนผลงานในทัวร์นาเมนต์นี้ของเวียดนาม ชนะ 5 เสมอ 1 ยิงได้ 17 ประตู เสีย 1 ประตู เก็บได้ 5 คลีนชีท นักเตะอย่าง เหงียน ซวน ซอน ดาวยิงบราซิลโอนสัญชาติของเวียดนามยังคงเป็นทีเด็ดกับการซัดไปแล้ว 5 ประตู นำเป็นดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์นี้(เท่ากับ เหงียน ดินห์ บัค เพื่อนร่วมทีม) แถมเกมเลก2 กับมาเลเซีย เขาก็ได้ลงเล่นเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงสุดท้าย แต่ถึงกระนั้นก็ยังลงมายิง 2 ประตู ช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะเหนือมาเลเซีย 2-0 ผ่านเข้าชิงฯมาด้วยสกอร์รวม 4-0 


ฟอร์มของ เหงียน ซวน ซอน ร้อนแรงถึงขนาดที่ คิม ซัง ซิก ออกมาพูดแบบติดตลกว่าแปลกใจที่ลูกทีมคนนี้เพิ่งจะยิงได้แค่ 5 ประตู เพราะความเป็นจริงเขาควรจะยิงได้เยอะกว่านี้ เท่านั้นยังไม่พอเขายังข่มขวัญด้วยการแสดงวามหวังว่าอยากจะเห็น เหงียน ซวน ซอน ยิงเพิ่มได้อีก 3 ประตู ในรอบชิงชนะเลิศกับทีมชาติไทย ขณะที่อีก 1 แข้งบราซิลโอนสัญชาติอย่าง โด ฮว่าง เฮน ก็ทำผลงานปั้นเกมได้อย่างโดดเด่นกับการเล่นเป็นตัวเพลย์เมกเกอร์  ถือเป็น 2 แข้งที่เราจะต้องปิดตายไม่ให้เล่นกับบอลง่ายๆ


สถิติที่น่าสนใจ

ทีมชาติไทย เป็นแชมป์รายการนี้มาแล้ว 7 สมัย (ปี 1996, 2000, 2002, 2014, 2016, 2020 และ2022) ส่วน เวียดนาม เป็นแชมป์มา 3 สมัย (ปี 2008, 2018, 2024) และนี่จะเป็นการรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศเมื่อครั้งที่แล้ว ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของเวียดนาม ที่สกอร์รวม 5-3 (เวียดนาม เปิดบ้านชนะ 2-1, บุกชนะไทย 3-2)


หากดูผลงานการพบกันของทั้งสองชาติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา(2015-2025) เจอกันทั้งหมด 11 นัด ทีมชาติไทย ชนะ 5 นัด เสมอ 4 นัด และ เวียดนาม ชนะ 2 นัด ไทยยิงได้ 14 ประตู เวียดนาม ยิงได้ 8 ประตู แม้ว่าภาพรวมไทยจะมีสถิติดีกว่า แต่การเจอกัน 2 ครั้งหลังสุดเป็นเวียดนาม ที่เอาชนะได้ 2 นัดติดต่อกันในรอบชิงชนะเลิศรายการนี้เมื่อปี 2024 


ทรรศนะ : เป็นการเจอกันของ 2 ทีมคู่รักคู่แค้นที่จะสู้กันได้อย่างสนุกแน่นอน เพราะด้วยสไตล์การเล่นที่คล้ายๆกัน ดูจากรอบที่ผ่านๆมา ประตูที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเดินเข้าใส่เพื่อบีบกดดันสูงจนคู่แข่งเกิดข้อผิดพลาดแล้วเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุก อาศัยความเด็ดขาดเข้าทำประตู โดยใช้เพียงไม่กี่จังหวะ หรือบอลแทงทะลุไลน์แนวรับอาศัยความเร็วของปีกเล่นงาน เมื่อกองหลังคู่แข่งดันสูงก็เป็นทีเด็ดที่พร้อมลงโทษ 


ปัจจัยเรื่องความล้าก็ถือว่าสำคัญ โชคดีที่ทีมชาติไทยได้เปรียบตรงจุดนี้ทั้งการได้ปักหลักเล่นในบ้าน แถมได้พักมากกว่า 1 วัน ต่างจากเวียดนามที่จะต้องเดินทางมาเยือน แม้พวกเขาจะเลือกพักตัวหลักบางส่วนในเกมนัดล่าสุดและใช้งานในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของความสดถือว่าเป็นรองเรา 


การได้เล่นในบ้านก่อนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องช่วงชิงความได้เปรียบให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะเจองานหนักในเกมนัดสองที่สนามมีดินห์ สเตเดียม ท่ามกลางแฟนบอลเกิน 4 หมื่นคน อย่างน้อยๆก็ควรจะเก็บชัยชนะให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อมีโอกาสควรจะลงโทษให้ได้ ไม่ควรใช้โอกาสเปลืองเหมือนเกมที่เจอกับสิงคโปร์ เพราะต้องยอมรับว่าคุณภาพของทั้งสองทีมที่เราจะเจอนั้นแตกต่างกัน หากไม่สามารถลงโทษพวกเขาได้ก็มีหวังจะโดนเอาคืนแน่อน 


สุดท้ายยังเชื่อใจในคุณภาพของทีมชุดนี้ที่แม้ว่ารูปแบบการเล่นอาจจะไม่ได้ครองบอลบุกกดดันอย่างที่แฟนบอลคาดหวัง แต่จังหวะฉาบฉวยถือว่าทำได้ดี ด้วยสไตล์การเล่นและวิธีการที่เน้นผลการแข่งขัน และทีเด็ดการเข้าทำที่น้อยจังหวะ บวกกับการเจอเวียดนามครั้งนี้นักเตะไทยก็ต้องการจะพิสูจน์ตัวเอง หากสามารถเอาชนะเวียดนามได้ก็จะลบคำครหาจากแฟนบอล บวกกับเสียงเชียร์ในสนามจะช่วยปลุกเร้าให้นักเตะไทยสู้ทุกจังหวะ และเดินหน้าเก็บชัยชนะไปได้


สกอร์ที่คาด : ทีมชาติไทย ชนะ เวียดนาม 2-0

truevisions

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :

Website :

Facebook :

Twitter :

Line :

Youtube official :

Instagram :