ทีมชาติไทย เร่งฟื้นฟูร่างกาย ก่อนเล่นนัดชิงแชมป์อาเซียน

ทีมชาติไทย เร่งฟื้นฟูร่างกาย ก่อนเล่นนัดชิงแชมป์อาเซียน
ทัพนักเตะทีมชาติไทย เร่งฟื้นฟูสภาพร่างกายเตรียมพร้อมก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศศึกชิงแชมป์อาเซียน HYUNDAI CUP 2026

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา(19 ส.ค. 69) ฟุตบอลชายทีมชาติไทยลงฝึกซ้อมต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมลุยศึกชิงแชมป์อาเซียน HYUNDAI CUP 2026 รอบชิงชนะเลิศ ที่จะพบกับทีมชาติเวียดนาม 


ก่อนการซ้อมมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ต้องเลื่อนโปรแกรมการฝึกซ้อมออกไป 30 นาที ซึ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูร่างกาย และเรียกความฟิตเป็นหลัก โดย วันชัย จารุนงคราญ แบ็คซ้ายของทีมเผยว่า "เมื่อวานเป็นเกมที่ไม่ง่าย เพราะสิงคโปร์เขาต้องการประตู เราก็ต้องพยายามหาวิธีแก้ ช่วงแรกอาจจะอึดอัด แต่พอเราได้ปรับเปลี่ยนแทคติกก็เริ่มดีขึ้น อาจจะแพ้แต่เราก็เข้ารอบ เพราะเกมเหย้า-เกมเยือน เรามีสกอร์ที่ดีกว่า"


"อย่างที่รู้ว่าเวียดนามเขาเป็นทีมที่น่ากลัวและเป็นคู่แข่งสำคัญ เกมแรกถ้าเราเก็บชัยชนะนัดแรกได้และยิงได้เยอะก็จะได้เปรียบก่อนจะไปเยือนบ้านเขาที่มีทั้งแฟนบอล สนามและปัจจัยต่างๆที่ทำให้เราเจอความกดดัน การได้เล่นในบ้านก่อนก็ต้องพยายามข่มเขาให้ได้ ฝากแฟนบอลทุกท่านไม่ว่าจะมาเชียร์ในสนามหรือหน้าจอทีวี ก็ขอให้ส่งกำลังใจมาเยอะๆ เราจะพยายามคว้าแชมป์รายการนี้มาครองให้ได้"


ทางด้าน พิชิตชัย เศียรกระโทก กองหลังของทีมที่ยังไม่ได้ลงสนามในายกานี้เผยว่า "ดีใจที่ทีมชาติไทยเราผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ เมื่อวานก็เป็นเกมที่หนัก ส่วนตัวก็ดีใจกับเพื่อนร่วมทีมทุกคน เพราะทุกคนก็ทำงานหนัก ส่วนผมเองก็เคารพในการตัดสินใจของโค้ชและยังคงทำงานหนักในทุกวัน"


"โค้ชบอกให้ผมทำงานหนักต่อไป และจะได้รับโอกาสแน่นอน เกมรอบชิงชนะเลิศก็เป็นเกมที่ยาก แต่รอบชิงฯก็ต้องใส่เกินร้อยเพราะทุกคนก็อยากได้แชมป์ เกมแรกเราได้เล่นในบ้าน  ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง แถมได้พักเยอะกว่า 1 วัน ขอบคุณแฟนบอลชาวไทยที่ติดตามพวกเรา และคอยให้กำลังใจ อยากให้เข้ามาเชียร์ในสนาม ถ้าไม่สะดวกก็ติดตามการถ่ายทอดสดด้วยครับ ขอบคุณครับ"


สำหรับโปรแกรมนัดชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย จะพบกับ เวียดนาม แข่งขันนัดแรกที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคมนี้ เวลา 20.00 น. จากนั้นจะออกไปเยือนในเกมนัดที่2 ในวันพุธที่ 26 สิงหาคมนี้ เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทางแอปพลิเคชัน TrueVisions Now

FA Thailand

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :

Website :

Facebook :

Twitter :

Line :

Youtube official :

Instagram :