เอ็มบัปเป้ พลาดจุดโทษ มูรินโญ่ พ่ายนัดแรก

เอ็มบัปเป้ พลาดจุดโทษ มูรินโญ่ พ่ายนัดแรก
“เอ็มบัปเป้” พลาดจุดโทษท้ายเกม และ “เอสปิ” โดนปฎิเสธประตู “ราชันชุดขาว” พ่ายเกมแรกของฤดูกาลในยุคสองของ “มูรินโญ่” ทั้งที่พับสนามบุกใส่ “เบติส” ก่อนประเดิม “แชมเปี้ยนส์ ลีก” เกมแรก



เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุพบกับความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในการคุมทีมรอบสองของ โชเซ่ มูรินโญ่ หลังบุกไปแพ้ เรอัล เบติส 0-1 ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันศุกร์ กันยายน ท่ามกลางคำวิจารณ์และดราม่าช่วงท้ายเกม เมื่อทั้งประตูของ คาร์ลอส เอสปิ โดนริบคืน และ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ พลาดจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ


กุนซือชาวโปรตุเกสกลับมารับงานกับ เรอัล มาดริด อีกครั้งในรอบ 13 ปี และเริ่มต้นการคุมทีมรอบสองได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการคว้าชัยครบทั้ง 3 นัดแรกในลา ลีกา แต่สถิตินั้นก็หยุดลงเร็วเกินคาด ประตูชัยเกิดขึ้นจากลูกเตะมุมในนาทีที่ 81 ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟจังหวะแรกเอาไว้ได้ แต่ แพร์ร็อตต์ กองหน้าทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ปฏิกิริยาไวที่สุด เก็บบอลจังหวะสองก่อนยิงด้วยข้างเท้าส่งบอลเสียบเพดานตาข่ายให้ เบติส ขึ้นนำ 1-0 


ทรอย แพร์ร็อตต์ กลายเป็นฮีโร่ของเจ้าถิ่น เมื่อทำประตูเดียวของเกมในนาทีที่ 81 ที่เอสตาดิโอ เด ลา การ์ตูฆา โดย แพร์ร็อตต์ เคยร่วมงานกับ มูรินโญ่ มาแล้วสมัยอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ก่อนจะกลายเป็นคนยิงประตูดับทีมเก่าของกุนซือชาวโปรตุเกสในครั้งนี้


เรอัล มาดริด พยายามตอบโต้ และดูเหมือนจะได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 87วินิซิอุส จูเนียร์ เปิดบอลเข้ามาให้ คาร์ลอส เอสปิ กองหน้าตัวใหม่ที่ย้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ โชว์ความสามารถด้วยการตีลังกายิงอย่างยอดเยี่ยมส่งบอลเข้าประตู แต่ มาดริด ดีใจได้ได้ไม่นาน เมื่อประตูโดนยกเลิก เนื่องจากมีจังหวะล้ำหน้าเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น


ต่อมาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ “ราชันชุดขาว” ได้โอกาสทองอีกครั้ง เมื่อ วินิซิอุส โดนทำฟาวล์ และผู้ตัดสินมอบจุดโทษให้ทีมเยือน คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ รับหน้าที่สังหาร แต่ อัลบาโร่ บาเยส ผู้รักษาประตูของ เบติส ป้องกันเอาไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ดราม่ายังไม่จบ เพราะจังหวะดังกล่าวต้องผ่านการตรวจสอบ VAR เป็นเวลานาน จากข้อสงสัยว่ามีนักเตะ เบติส วิ่งเข้าเขตโทษก่อนที่ เอ็มบัปเป้ จะสัมผัสบอลหรือไม่ และท้ายที่สุด ผู้ตัดสินตัดสินใจไม่ให้ยิงจุดโทษใหม่ ทำให้การเซฟของ บาเยส ยังคงมีผล และ เบติส รักษาสกอร์นำเอาไว้ได้


นาทีที่ 96 บาเยส ต้องออกแรงอีกครั้ง เมื่อ เอสปิ ได้โหม่งจากลูกเตะมุม แต่ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นปัดบอลข้ามคานอย่างยอดเยี่ยม ช่วยรักษาคลีนชีทและสามคะแนนให้กับ เบติส ได้สำเร็จ


แม้ต้องพบกับความพ่ายแพ้นัดแรก แต่ โชเซ่ มูรินโญ่ เชื่อว่าผลงานโดยรวมของลูกทีมสมควรได้รับผลการแข่งขันที่ดีกว่านี้ โดยกล่าวว่า “ผมคิดว่าทีมเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม บางครั้งคุณก็แพ้ และคุณเองก็ไม่รู้ว่าทำไม คุณไม่สามารถอธิบายมันได้”


เราครองเกมได้เหนือกว่ามาก เซ็นเตอร์แบ็กของเราเล่นได้อย่างแข็งแกร่งและควบคุมทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์ เรามีเกมรุกมากมาย และสร้างโอกาสทำประตูได้มากมาย ถ้าเกมนี้จบลงด้วยผลเสมอ เราก็คงรู้สึกหงุดหงิดอยู่ดี เพราะเราทำได้มากกว่าคู่แข่งเยอะมาก ลองคิดดูแล้วกันว่าตอนนี้เรารู้สึกอย่างไร เมื่อสุดท้ายเรากลับเป็นฝ่ายแพ้”


คำพูดของ มูรินโญ่ ไม่มีอะไรผิด เนื่องจากสถิติบ่งชี้ว่า เรอัล มาดริด มีโอกาสยิง 20 ครั้ง มากกว่าคู่แข่งเป็นเท่าตัว และยิงตรงกรอบ 8 ครั้ง และมีค่าการทำประตูที่คาด (xG) ที่ 3.46 ประตู ขณะที่ เบติส ทำได้ 5 ครั้ง 


ความพ่ายแพ้นัดแรกของฤดูกาลทำให้ปัญหาบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นในช่วงหลายเดือนก่อนกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง บรรยากาศเชิงบวกในช่วงเริ่มต้นการคุมทีมรอบสองของ มูรินโญ่ หยุดชะงักลง 


หนึ่งในประเด็นที่สร้างความประหลาดใจคือการเลือก เอดูอาร์โด้ กามาวิงก้า ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเตะที่โดนวิจารณ์หนักที่สุดเมื่อฤดูกาลก่อน ลงเป็นตัวจริงในแดนกลางคู่กับ เฟเดริโก้ บัร์เด้ การจับคู่ดังกล่าวไม่ได้ผลตามที่ต้องการ และที่น่าแปลกใจกว่าก็คือ แบร์นาร์โด้ ซิลวา นักเตะใหม่กลับเริ่มต้นบนม้านั่งสำรอง ทั้งที่จะติดโทษแบนและไม่สามารถลงเล่นในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ อินเตอร์ มิลาน ในวันอังคาร กันยายนนี้อยู่แล้ว


อีกประเด็นสำคัญเกิดขึ้นในครึ่งหลัง เมื่อ มูรินโญ่ พยายามปรับทีมโดยไม่เปลี่ยนสามแนวรุกตัวหลักที่ใครๆ ก็บอกว่าแตะต้องไม่ได้อย่าง วินิซิอุส จูเนียร์จู๊ด เบลลิงแฮม และ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ ทำให้คนที่โดนเปลี่ยนออกก่อนกลับเป็น อาร์ด้า กือแลร์ ทั้งที่เกมนี้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทำผลงานดีที่สุดของทีม เพียงแค่มีใบเหลืองติดตัวอยู่ แต่จากสถานะของสามแนวรุกตัวหลัก ก็ยากที่จะจินตนาการว่าใครในสามคนนั้นจะถูกเปลี่ยนออกหากตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน


นอกจากสามตัวจริงอย่าง วินิซิอุส, เบลลิงแฮม และ เอ็มบัปเป้ แล้ว มูรินโญ่ ยังส่ง ยาน ดิโอมองเด้ และ คาร์ลอส เอสปิ ลงมาเพิ่มพลังเกมรุก การปรับทีมทำให้ มาดริด ดูอันตรายและมีเกมรุกมากขึ้นอย่างชัดเจน และพวกเขาก็เกือบเปลี่ยนสถานการณ์ได้สำเร็จกับตัวรุก ราย


แต่ประตูตีลังกายิงสุดสวยของ เอสปิ ถูกยกเลิกจากจังหวะล้ำหน้า ขณะที่จุดโทษของ เอ็มบัปเป้ โดน บาเยส เซฟเอาไว้ และไม่มีการสั่งให้ยิงใหม่หลังการตรวจสอบ VAR สองจังหวะสำคัญดังกล่าวทำให้ “ราชันชุดขาว” ต้องกลับออกไปโดยไม่มีแต้มติดมือ พร้อมกับความพ่ายแพ้นัดแรกของฤดูกาล และเป็นการแพ้นัดแรกนับตั้งแต่ โชเซ่ มูรินโญ่ กลับมาคุม เรอัล มาดริด เป็นครั้งที่สอง


แม้ มูรินโญ่ จะมองว่าทีมสร้างโอกาสและควบคุมเกมได้มากพอที่จะได้รับผลการแข่งขันที่ดีกว่านี้ แต่เกมกับ เบติส ก็ทิ้งคำถามสำคัญ ทั้งการจัดแดนกลาง การบริหารกลุ่มแนวรุกตัวหลัก และประสิทธิภาพในการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตู หลังจากการออกสตาร์ตด้วยชัยชนะ นัดรวด ความพ่ายแพ้ครั้งนี้จึงกลายเป็นบททดสอบแรกอย่างแท้จริงของ เรอัล มาดริด ในยุค โชเซ่ มูรินโญ่ รอบสอง




Getty

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :

Website :

Facebook :

Twitter :

Line :

Youtube official :

Instagram :