จากนักแสดงสาวชาวอังกฤษที่พิสูจน์ตัวเองในบทดราม่า สู่ดาราแถวหน้าที่รับมือได้ทั้งแอ็กชัน คอมเมดี้ และโรแมนติก Emily Blunt โดดเด่นเป็นพิเศษใน The Fall Guy กับบท “โจดี้ โมเรโน” ผู้กำกับหญิงที่ต้องคุมกองถ่ายสุดวุ่นวาย พร้อมเผชิญหน้ากับอดีตคนรักที่กลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง
Emily Blunt เป็นนักแสดงชาวอังกฤษที่ได้รับการยอมรับจากความสามารถในการเปลี่ยนผ่านระหว่างบทบาทที่หลากหลาย เธอสามารถเล่นได้ทั้งตัวละครดราม่าที่มีมิติ หญิงสาวผู้มีอารมณ์ขัน ตัวละครแอ็กชันที่แข็งแกร่ง ไปจนถึงบทที่ต้องใช้ความเปราะบางและความเงียบในการสื่อสาร
เสน่ห์สำคัญของ Blunt คือการแสดงที่มักมีความเป็นธรรมชาติ เธอไม่จำเป็นต้องแสดงออกใหญ่โตเพื่อดึงความสนใจ แต่สามารถทำให้ผู้ชมรู้ว่าตัวละครกำลังคิดหรือรู้สึกอะไรผ่านสายตา น้ำเสียง และจังหวะการเว้นคำพูด เมื่อผสมเข้ากับบุคลิกที่มีทั้งความสง่างามและอารมณ์ขัน เธอจึงเป็นนักแสดงที่ทำให้ตัวละครหลากหลายแนวมีชีวิตขึ้นมาได้อย่างน่าเชื่อถือ

ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงระดับแถวหน้า Emily Blunt สั่งสมประสบการณ์จากงานละครเวทีและบทบาทในภาพยนตร์หลายแนว เธอเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการแสดงที่มีความเฉียบคมและมีเสน่ห์ จนได้รับโอกาสรับบทที่ท้าทายมากขึ้นเรื่อย ๆ
หนึ่งในบทบาทสำคัญที่ทำให้ผู้ชมทั่วโลกจดจำเธอได้คือ เอมิลี ชาร์ลตัน ใน The Devil Wears Prada แม้ตัวละครนี้จะไม่ได้เป็นนางเอกของเรื่อง แต่ Blunt สามารถสร้างสีสันและเอกลักษณ์ให้กับทุกฉากที่ปรากฏตัว เธอทำให้ตัวละครที่ดูเย็นชาและพูดจาเสียดสีกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่ผู้ชมชื่นชอบที่สุดของภาพยนตร์
หลังจากนั้น เธอพิสูจน์ความสามารถในบทที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งดราม่า โรแมนติก ไซไฟ และแอ็กชัน ผลงานอย่าง The Young Victoria, Edge of Tomorrow, Sicario, A Quiet Place และ Mary Poppins Returns แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้มีเพียงภาพจำของนักแสดงที่เล่นคอมเมดี้ได้ดี แต่ยังสามารถแบกรับบทที่มีน้ำหนักทางอารมณ์และความซับซ้อนสูงได้เช่นกัน
ใน The Fall Guy Emily Blunt รับบท โจดี้ โมเรโน ผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่ที่กำลังพยายามทำหนังฟอร์มใหญ่ให้สำเร็จ ท่ามกลางความกดดันจากสตูดิโอ ทีมงาน และนักแสดงนำที่หายตัวไปอย่างลึกลับ
โจดี้ไม่ใช่ตัวละครหญิงที่มีหน้าที่เพียงรอให้พระเอกเข้ามาช่วยเหลือ เธอเป็นคนทำงานที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร กล้าตัดสินใจ และพร้อมรับมือกับความยุ่งเหยิงในกองถ่าย แม้จะยังต้องพิสูจน์ตัวเองต่อคนรอบข้างอยู่ก็ตาม

ความน่าสนใจของตัวละครนี้อยู่ที่การเป็น “ผู้กำกับในเรื่องที่กำลังพยายามสร้างหนัง” หนังจึงเปิดโอกาสให้ผู้ชมเห็นทั้งความฝัน ความกดดัน และความไม่มั่นใจของโจดี้ไปพร้อมกัน เธออาจมีภาพลักษณ์แข็งแรงในฐานะผู้คุมกองถ่าย แต่ในเรื่องส่วนตัว เธอยังมีแผลใจจากความสัมพันธ์กับโคลต์ ซีเวอร์ส สตันท์แมนและอดีตคนรักที่หายไปจากชีวิตเธอ
จุดเด่นของ Blunt ในเรื่องนี้คือการเปลี่ยนน้ำหนักของตัวละครได้อย่างลื่นไหล ในฉากทำงาน โจดี้ดูเป็นผู้กำกับที่ต้องควบคุมสถานการณ์ เธอพูดเร็ว ตัดสินใจไว และต้องทำให้ทุกคนในกองถ่ายเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าโคลต์ ความมั่นใจนั้นเริ่มสั่นคลอน ความสัมพันธ์ที่ยังมีความรู้สึกค้างคาทำให้โจดี้กลายเป็นคนที่พูดไม่หมดและเลือกเก็บบางอย่างไว้กับตัวเอง Blunt ทำให้ความเปลี่ยนแปลงนี้ดูเป็นธรรมชาติ ผู้ชมจึงเห็นทั้ง “โจดี้ผู้กำกับ” และ “โจดี้ผู้หญิงที่ยังเจ็บปวด” อยู่ในคนเดียวกัน
แม้ The Fall Guy จะเต็มไปด้วยมุกตลก แต่การแสดงของ Blunt ไม่ได้พยายามแย่งซีนด้วยการเล่นใหญ่ตลอดเวลา หลายฉากเธอสร้างเสียงหัวเราะจากสีหน้า น้ำเสียง และปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะเวลาที่แผนการในกองถ่ายเริ่มวุ่นวายจนควบคุมไม่ได้
สไตล์นี้ทำให้คอมเมดี้ของเธอเข้ากันได้ดีกับ Ryan Gosling ซึ่งใช้ความตลกแบบหน้าตายและความเปิ่นของโคลต์เป็นจุดขาย ทั้งสองคนมีจังหวะรับส่งที่พอดี จนบทสนทนาธรรมดากลายเป็นฉากที่น่าจดจำ
รับชม The Fall Guy ได้ทาง TrueVisions NOW
TrueVisions NOW
อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :
Website : www.truevisions.co.th
Facebook : Truevisions
Twitter : @TrueVisions
Line : @Truevisions
Youtube official : Truevisionsofficial
Instagram : TrueVisions Now