มีคนจำนวนเพียงหยิบมือที่กล้าตัดสินใจหันหลังให้กับความสำเร็จของตัวเอง ในวันที่ธุรกิจดำเนินไปถึงจุดสูงสุดและกำลังขับเคลื่อนไปได้อย่างสวยงาม หนึ่งในนั้นคือเชฟชื่อดัง อังเดร เจียง ชาวไต้หวัน ผู้ซึ่งมีความสามารถในการรังสรรค์เมนูอาหารคาวหวานได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนถูกขนานนามในวงการ Fine Dining ว่าเป็น “Bruce Lee of Culinary Arts”

เรื่องราวความสำเร็จของเชฟอังเดรถูกนำมาตีแผ่ในภาพยนตร์สารคดีชุด 2 ตอนจบ ในชื่อว่าAndré and His Olive Treeที่เขาพาเราย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของร้านอาหารชื่อดังแห่งสิงคโปร์ Restaurant André จากจุดเริ่มต้นที่ทุกอย่างเป็นศูนย์เขาได้ลงมือลงแรง ออกแบบ และควบคุมในทุกๆ รายละเอียดอย่างไร้ที่ติและเป็นมาตรฐานอย่างนั้นตลอดมาจนกระทั่งร้านอาหารโด่งดังประสบความสำเร็จ การันตีด้วยการถูกคัดเลือกให้เป็นอันดับที่ 1 ของสุดยอดร้านอาหารยอดเยี่ยมในสิงคโปร์ อันดับที่ 2 ในเอเชีย และอันดับที่ 14 จาก 50 อันดับทั่วโลก โดยเว็บไซต์ The World’s50Best Restaurants ปี 2017 รวมถึงมิชลินสตาร์ 2 ดาว ที่ยืนยันถึงความอร่อยคุ้มค่าของอาหารแต่ละจานได้เป็นอย่างดี

แต่แล้วในวันที่ 10 ตุลาคม 2017 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 13 ปีของการแต่งงานกับ คุณผึ้ง-สุดารำไพ(หรือ Pam ที่คุณผึ้งใช้เป็นชื่อสากล)สาวไทยผู้ซึ่งเป็นทั้งแรงผลักดัน คู่หูคู่คิด และคู่ชีวิตในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นวันครบรอบ 7 ปีของร้านอาหารแห่งนี้อีกด้วย เชฟอังเดรจึงได้ทำเซอร์ไพรส์ทุกคน ด้วยการประกาศว่าเขาจะหยุดกิจการที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี และจะส่งคืนรางวัลทั้งหมดที่ได้รับกลับไป พร้อมทั้งวางแผนย้ายครอบครัวกลับไต้หวัน ที่ซึ่งเขาได้ขีดเส้นทางอนาคตเอาไว้เงียบๆ ภายในใจ

แม้หลายคนจะรู้สึกเสียใจระคนเสียดาย แต่ท้ายที่สุดทุกงานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกรา คงทิ้งไว้เพียงภาพแห่งความทรงจำในใจของใครหลายคน เช่นเดียวกับต้นมะกอกทียืนต้นเขียวชอุ่มทักทายลูกค้าอยู่หน้าร้าน ก็มักทำให้เขาหวนกลับไปคิดถึงเมื่อครั้งยังเป็นเชฟฝึกหัดที่ประเทศฝรั่งเศส ทุกช่วงเวลาที่เขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่พักอันซอมซ่อ จะเห็นกิ่งก้านและใบมะกอกโผล่ออกมาโบกสะบัดทักทายอยู่เสมอ อังเดรได้นำเอาความทรงจำอันมีค่าเหล่านี้บรรจุลงในหน้าหนังสือ 1 ในปรัชญา 8 เหลี่ยมแห่งกิจการร้านอาหารอังเดร (Octaphilosophy: The Eight Elements of Restaurant André) เพื่อแนะแนวคนที่สนใจเปิดกิจการร้านอาหาร โดยไม่หวงความรู้แม้แต่น้อย

“ผมเป็นคนที่รักความสมบูรณ์แบบ และตลอดทั้ง 30 ปีที่ผ่านมาในอาชีพเชฟ ผมได้มองหา ‘ช่วงเวลาแห่งความสมบูรณ์แบบ’ จากสิ่งสมมติรอบตัวไม่ว่าจะเป็นดาวมิชลิน 3 ดวง หรือการติดอันดับ 50 สุดยอดร้านอาหารยอดเยี่ยม แต่บัดนี้ผมได้ตระหนักแล้วว่าช่วงเวลาปัจจุบันนี้ คือช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว” เชฟอังเดรเขียนข้อความทิ้งท้ายไว้ที่เว็บไซต์ร้านอาหารของเขา ก่อนเผยว่าเป้าหมายสำคัญเร่งด่วนลำดับต่อไปที่เขาจะต้องทำ คือการแบ่งปันความรู้ และบ่มเพาะจิตวิญญาณการเป็นเชฟที่ดีให้แก่คนรุ่นใหม่ ที่จะเติบโตและก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารของเอเชียในอนาคต

ติดตามเรื่องราวความประทับใจ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนฮึกเหิมได้อีกครั้ง ชมพร้อมกัน วันจันทร์ที่ 5 และ 12 กรกฎาคม เวลา 20.00 น. ทาง Discovery Asia ห้ามพลาด!